รถชนไม่มีคู่กรณี เคลมประกันชั้น 1 อย่างไรไม่ให้เสียค่า Excess
06 Jul 2026
รถชนไม่มีคู่กรณี เคลมประกันชั้น 1 อย่างไรไม่ให้เสียค่า Excess? แบไต๋เคล็ดลับเคลมรอบคันแบบกระเป๋าไม่ฉีก
เหนื่อยใจไหม? ขับรถอยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีก็มีรอยขูดขีดรอบคัน บางทีถอยชนกระถางต้นไม้บ้าง เบียดฟุตบาทบ้าง หรือตื่นเช้ามาเจอรอยครูดปริศนาที่ใครก็ไม่รู้ทำทิ้งไว้แล้วหนีไป
หลายคนเลือกซื้อ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะคิดว่าคุ้มครองครอบคลุมที่สุด "เคลมได้ทุกกรณี" ซึ่งก็เป็นความจริง แต่พอถึงเวลาจะโทรเรียกประกันมาเคลมรอยพวกนี้ กลับต้องสะดุดกับคำว่า "ค่า Excess" หรือค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ ที่บริษัทประกันเรียกเก็บเหตุการณ์ละ 1,000 บาท!
ถ้ามีรอยรอบคัน 5 จุด ต้องจ่าย 5,000 บาท แบบนี้คงไม่ไหว แทนที่จะได้เคลมฟรีกลับต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มเสียอย่างนั้น
บทความนี้จะมาเผยทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับเงื่อนไขการเคลมประกันชั้น 1 แบบไม่มีคู่กรณี เทคนิคการแจ้งเคลมรอบคัน และวิธีพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประกันอย่างไรให้ถูกต้องตามเงื่อนไข โดยที่ไม่ต้องเสียเงินค่า Excess แม้แต่บาทเดียว
ทำความเข้าใจก่อน: ค่า Excess คืออะไรกันแน่?
ก่อนจะไปดูวิธีหลบเลี่ยงการจ่ายเงิน เราต้องมาทำความเข้าใจกับกฎกติกามารยาทของบริษัทประกันกันก่อน เพื่อจะได้รู้เท่าทันและไม่ตกเป็นรองเวลาเจรจา
ค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ) คือ ค่าเสียหายส่วนแรกที่ระบุไว้ในคำสั่งคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งกำหนดให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ แต่ "ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้" หรือ "ไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ"
วัตถุประสงค์หลักของค่า Excess มีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่แจ้งเคลมในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือแจ้งข้อมูลเท็จ รวมถึงช่วยลดพฤติกรรมการขับขี่ที่ประมาทเลินเล่อ โดยอัตราค่า Excess มาตรฐานจะอยู่ที่ 1,000 บาท ต่อหนึ่งเหตุการณ์
ข้อควรระวัง: อย่าสับสนระหว่าง "ค่า Excess" กับ "ค่า Deductible"
- Excess: เป็นค่าบังคับตามกฎหมายเมื่อระบุคู่กรณีไม่ได้
- Deductible: เป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณสมัครใจเลือกจ่ายเองตั้งแต่ตอนทำประกันเพื่อแลกกับค่าเบี้ยประกันที่ถูกลง
เงื่อนไขแบบไหนที่ต้องเสียค่า Excess และแบบไหนรอด?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์จริงที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ ว่าแบบไหนที่บริษัทประกันมีสิทธิ์เรียกเก็บเงิน และแบบไหนที่เราสามารถเคลมได้ฟรี
สถานการณ์ที่ "ต้องเสีย" ค่า Excessแน่นอน
- จอดรถไว้ที่ห้างสรรพสินค้า กลับมาอีกทีเจอรถโดนกรีดเป็นรอยยาว แต่กล้องวงจรปิดมองไม่เห็น และไม่รู้ว่าใครทำ
- หินดีดใส่กระจกหน้ารถร้าว หรือหินดีดใส่สีรถจนกะเทาะ โดยที่ไม่สามารถระบุได้ว่ากระเด็นมาจากรถคันไหน
- ขับรถลุยพงหญ้าข้างทางแล้วโดนกิ่งไม้ครูดเป็นรอยขนแมวรอบคัน
- จำวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แจ้งประกันแค่ว่า "อยากเคลมรอยเก่าๆ รอบคัน"
สถานการณ์ที่ "ไม่ต้องเสีย" ค่า Excess (แม้ไม่มีคู่กรณีที่เป็นรถยนต์)
- ขับรถชนเสาไฟ ชนกำแพงบ้าน หรือชนต้นไม้
- ถอยรถชนฟุตบาท ชนกระถางต้นไม้ หรือชนเสากั้นในลานจอดรถ
- ตกหลุมใหญ่บนถนนจนกันชนล่างครูดแตก
- รถเหยียบตะปู ยางระเบิด หรือขับชนสุนัข/สัตว์ตัดหน้า
เคล็ดลับสำคัญ: กฎเหล็กของการไม่เสียค่า Excess คือ "ต้องเป็นการชนหรือคว่ำ และต้องระบุ วัน เวลา สถานที่ รวมถึงลักษณะอุบัติเหตุได้อย่างชัดเจน" แม้คู่กรณีของคุณจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิตอย่าง เสา กำแพง หรือต้นไม้ก็ตาม
เจาะลึกเทคนิค "การแจ้งเคลมรอบคัน" แบบไม่เสียเงิน
เมื่อรถใช้งานไปนานๆ 1-2 ปี แน่นอนว่าต้องมีรอยแผลเล็กๆ น้อยๆ สะสมอยู่รอบคัน พอใกล้ถึงเวลาต่ออายุประกันปีถัดไป หลายคนจึงอยาก "เคลมแห้ง" หรือเคลมรอบคันทีเดียวเพื่อทำสีใหม่ให้สวยงาม วิธีการเตรียมตัวและแจ้งเคลมอย่างถูกวิธีมีขั้นตอนดังนี้
1. สำรวจและแยกแยะแผลรอบรถ
อย่าเพิ่งโทรหาประกันทันที ให้เดินวนรอบรถ ถ่ายรูปแผลแต่ละจุดเอาไว้ แล้วทำรายการแยกออกมาเป็นข้อๆ ว่ามีรอยที่ชิ้นส่วนไหนบ้าง เช่น
- กันชนหน้า (รอยครูดฟุตบาท)
- สเกิร์ตข้างซ้าย (รอยเบียดเสาลานจอดรถ)
- แก้มท้ายขวา (รอยถอยชนกระถางต้นไม้)
2. กำหนด วัน เวลา และสถานที่ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
นี่คือจุดตายที่ทำให้หลายคนเสียเงินมานักต่อนัก หากคุณบอกประกันว่า "ไม่รู้ไปโดนอะไรมา รู้ตัวอีกทีก็เป็นรอยแล้ว" แบบนี้เตรียมเงินจ่ายจุดละ 1,000 บาทได้เลย
สิ่งที่คุณต้องทำคือ การรื้อฟื้นความจำ หรือกำหนดเหตุการณ์ให้ชัดเจนสำหรับแผลหลักๆ เช่น
- แผลที่กันชนหน้า: เกิดเหตุวันที่ 10 เดือนที่แล้ว เวลาประมาณ 14.00 น. ถอยเบียดกระถางต้นไม้ที่บ้านตัวเอง
- แผลที่ประตูข้าง: เกิดเหตุวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ขับเบียดเสาในลานจอดรถห้างสรรพสินค้า (ระบุชื่อห้าง)
3. ลักษณะของแผลต้องสมเหตุสมผล
รอยแผลบนตัวรถต้องสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่แจ้ง เช่น บอกว่าชนเสาปูน รอยแผลก็ควรจะเป็นรอยครูดลึกที่มีลักษณะเนื้อสีหลุดหรือยุบ ไม่ใช่รอยขีดข่วนเส้นเล็กๆ เหมือนโดนกุญแจกรีด เพราะเจ้าหน้าที่เคลม (Surveyor) มีประสบการณ์สูง พวกเขาสามารถมองประเมินด้วยสายตาได้ทันทีว่ารอยไหนเกิดจากอะไร
ซื้อประกันรถยนต์ที่ OOHOO ดีอย่างไร
ผ่อนเงินสด 0%
ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้
การันตีราคาถูกที่สุด
เจอที่อื่นถูกกว่าเราพร้อมคืนเงินทันที
เปรียบเทียบได้เลย
เช็คราคา ความคุ้มค่าก่อนสั่งซื้อ
ซื้อเองได้ 24 ชั่วโมง
จ่ายงวดแรกคุ้มครองเลย
รับกรมธรรม์ได้เลย
ผ่านระบบออนไลน์
เจ้าหน้าที่พร้อมบริการด้วยใจ
เมื่อคุณต้องการคำแนะนำ
เทคนิคการเจรจากับเจ้าหน้าที่ประกันอย่างถูกวิธี
เมื่อถึงขั้นตอนการพูดคุย ไม่ว่าจะโทรแจ้ง Call Center หรือคุยกับเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจสภาพรถ หน้างานและการใช้วาจาเป็นสิ่งสำคัญมาก คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น

ตัวอย่างสคริปต์การพูดคุยที่ช่วยให้รอดค่า Excess
สถานการณ์: คุณต้องการเคลมรอยครูดลึกที่กันชนท้าย
- เจ้าหน้าที่: "รอยนี้ไปโดนอะไรมาครับ พอจะทราบไหม?"
- คุณ (คำตอบที่ถูกต้อง): "อ๋อ รอยนี้เกิดจากเมื่อวันพุธที่แล้วช่วงค่ำๆ ประมาณทุ่มครึ่งค่ะ ถอยรถเข้าบ้านแล้วกะระยะพลาด คอนโซลหลังมองไม่เห็นเลยถอยไปเบียดกับขอบกำแพงปูนที่บ้านค่ะ"
- ผลลัพธ์: แบบนี้เจ้าหน้าที่จดบันทึกรายงานได้ง่าย ถือว่ามีคู่กรณี (กำแพงปูน) และระบุเวลาชัดเจน เข้าเงื่อนไขเคลมฟรี
ขั้นตอนการแจ้งเคลมประกันรอบคันทีละสเต็ป
เมื่อเตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อให้การเคลมผ่านฉลุย
[สำรวจรอยรอบรถ] ➔ [เตรียมข้อมูล วัน/เวลา/สถานที่] ➔ [โทรแจ้งประกัน / แจ้งผ่านแอป] ➔ [นัดตรวจสภาพรถรับใบเคลม] ➔ [นำรถเข้าอู่/ศูนย์ซ่อม]
- แจ้งเคลม: สามารถเลือกแจ้งได้ 2 วิธี คือ โทรหา Call Center หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทประกัน (ปัจจุบันหลายบริษัทแนะนำให้เคลมแห้งผ่านแอปพลิเคชันโดยการส่งรูปถ่าย ซึ่งสะดวกและพิจารณาง่ายขึ้น)
- รับใบเคลม (ใบ นัด หมาย ส่ง ซ่อม): เจ้าหน้าที่ออกเอกสารให้ โดยในเอกสารต้องระบุช่องค่าเสียหายส่วนแรกเป็น "0 บาท" หรือไม่มีการเรียกเก็บ ตรวจสอบความถูกต้องของรายการชิ้นส่วนที่จะซ่อมให้ครบถ้วนก่อนเซ็นชื่อ
- เลือกอู่หรือศูนย์บริการ: นำใบเคลมพร้อมรถยนต์เข้าติดต่อที่อู่ในเครือข่าย หรือศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่คุณไว้วางใจเพื่อทำการนัดวันส่งรถเข้าซ่อม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเคลมประกันไม่มีคู่กรณี
ถาม: เคลมรอบคันทีเดียวหลายๆ จุด มีผลต่อเบี้ยประกันปีต่อไปไหม?
ตอบ: มีผลแน่นอน การเคลมรอบคันแบบไม่มีคู่กรณีหรือเป็นฝ่ายผิด (รวมถึงการเคลมแห้งที่ไม่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์คันอื่น) จะทำให้คุณเสีย "ประวัติคดี" ส่งผลให้ในปีถัดไปคุณจะไม่ได้รับส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus) และอาจทำให้เบี้ยประกันปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย หรือเท่าเดิม ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท
ถาม: ถ้าปล่อยรอยทิ้งไว้นานๆ แล้วมาเคลมทีเดียวตอนใกล้หมดประกันได้ไหม?
ตอบ: ในทางปฏิบัติสามารถทำได้ (เรียกว่าการเคลมแห้งรอบคัน) แต่ไม่แนะนำสำหรับแผลที่ลึกจนเห็นเนื้อเหล็ก เพราะอาจเกิดสนิมตามมา และหากแผลเก่ามากจนสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่อาจจะตรวจสอบและอนุมัติยากขึ้น ควรเคลมภายในปีนั้นๆ หรือแจ้งเคลมสะสมไว้เป็นระยะจะดีที่สุด
ถาม: ประกันชั้น 1 ทุกบริษัท มีเงื่อนไขค่า Excess เหมือนกันหมดไหม?
ตอบ: เหมือนกันในส่วนของ "ภาคบังคับ" เพราะเป็นไปตามกฎหมายควบคุมของ คปภ. แต่ความยืดหยุ่นในการพิจารณาและการตีความหน้างานของเจ้าหน้าที่แต่ละบริษัทอาจจะมีความเข้มงวดแตกต่างกันไปเล็กน้อย
สรุป: ขับขี่สบายใจ รู้หลักการเคลม ไม่ต้องเสียเงินฟรี
การทำประกันชั้น 1 ออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มครองสูงสุดและให้คุณอุ่นใจในทุกเส้นทาง แต่การใช้งานให้คุ้มค่าที่สุดโดยไม่เสียเปรียบ ก็จำเป็นต้องรู้กฎกติกาและเทคนิคเหล่านี้เอาไว้
จำไว้เสมอว่า หากเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนสิ่งใดก็ตาม แม้จะเป็นเหตุการณ์เล็กน้อยและไม่มีคู่กรณีที่เป็นรถยนต์คันอื่น ให้รีบจดจำ วัน เวลา สถานที่ และถ่ายภาพลักษณะการชนคู่กับสิ่งกีดขวางนั้นๆ เก็บไว้ทันที เพียงเท่านี้เมื่อถึงเวลาแจ้งเคลม คุณก็จะสามารถให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และไม่ต้องควักเงินจ่ายค่า Excess ให้ช้ำใจอีกต่อไป
และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มค่า ข้อเสนอดี และเข้าใจง่ายแบบนี้ ต้องที่ OOHOO ประกันรถยนต์ออนไลน์ แพลตฟอร์มที่รวมประกันภัยจากบริษัทชั้นนำไว้ให้คุณเช็กเบี้ย เปรียบเทียบราคา และเลือกแผนที่คุ้มครองตอบโจทย์ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ซื้อง่าย จ่ายสะดวก พร้อมรับความคุ้มครองทันที ให้เรื่องประกันรถยนต์เป็นเรื่องง่ายและสบายกระเป๋า เลือกประกันรถยนต์ครั้งต่อไป... คลิกเลยที่ OOHOO!