เช็คราคาประกันรถยนต์ของคุณ
ประกันรถยนต์ที่ OOHOO.io มีบริษัทใดบ้าง
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ฟรี! 24 ชม. ให้คุณเลือกได้จาก 24 บริษัทประกันชั้นนำ เพื่อให้คุณได้ราคาความคุ้มครองดีที่สุด
ประกันชั้น 1 vs ประกันชั้น 2+ เลือกแบบไหนดี?
การเลือกประกันรถยนต์ในปี 2569 ไม่ใช่เรื่องของการดูแค่ "ราคา" หรือ "ทุนประกัน" อีกต่อไป เพราะนี่คือปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการประกันภัยไทย หลังจากที่ คปภ. ได้เริ่มบังคับใช้ระบบ "กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่" สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทุกคันอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าเบี้ยประกันและเงื่อนไขการเคลม
4 ขั้นตอนการซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่อู้หู
เช็คราคาประกัน
เปรียบเทียบเบี้ยประกัน
ง่ายๆ 24 ชั่วโมง
กรอกข้อมูล
รายละเอียดผู้เอาประกัน
และข้อมูลรถ
จ่ายเบี้ยประกัน
เลือกชำระเบี้ยประกันแบบเงินสด
หรือบัตรเครดิต
รับความคุ้มครอง
รับกรมธรรม์ผ่านช่องทาง
ออนไลน์
ทำไมต้องทำประกันภัยชั้น 1
ประกันรถยนต์ชั้น 1 คือ ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองมากที่สุด ทั้งอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีและไม่คู่กรณี ครอบคลุมทั้งตัวรถยนต์ ร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน ค่ารักษาพยาบาล ให้ทั้งของเราและคู่กรณี และยังคุ้มครองจากการขโมยและภัยธรรมชาติ เช่น รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม อีกด้วย
ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับใครบ้าง?
-
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไป
-
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับผู้ที่พึ่งหัดขับ หรือผู้ที่ต้องการทำประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุด จบทุกเรื่องในที่เดียว
-
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถเป็นประจำหรือใช้รถบ่อย ทำให้โอกาสเกิดอุบัติเหตุมีสูงกว่าคนทั่วไป
โดยประกันรถยนต์ชั้น 1 มีความหลากหลายทั้งในเรื่องทุนประกัน ความคุ้มครอง ครอบคลุมทุุกความเสียหายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หากสนใจ ซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ออนไลน์ ได้แล้วที่นี่ หรือเช็คเบี้ยประกันได้ง่ายแค่คลิก www.oohoo.io
ความคุ้มครองของประกันรถยนต์ชั้น 1 มีอะไรบ้าง?
“ซ่อมเขา ซ่อมเรา, รถหาย, ไฟไหม้, คุ้มครองคนในรถ”
ประกันรถยนต์ชั้น 1 แบ่งความคุ้มครองเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน
-
อุบัติเหตุจากการชน
-
อุบัติเหตุจากการพลิกคว่ำ
-
หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ทำให้รถเสียหาย
-
กรณีรถสูญหาย
-
อุบัติเหตุไฟไหม้
-
อุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม
คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ของบุคคลที่สาม
-
กรณีเกิดอุบัติเหตุจากรถชนรถ
คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
-
กรณีเกิดอุบัติเหตุจากรถชนรถ
-
เกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
-
สูญเสียอวัยวะ
โดยสามารถอ่านเงื่อนไขและความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยชั้น 1 ได้ก่อนซื้อประกัน
เคล็ดลับทำให้เบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 ถูกลง
-
เลือกซ่อมอู่ ค่าเบี้ยประกันชั้น 1 ถูกลงกว่าการเลือกซ่อมห้าง
-
เพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) จ่ายค่าซ่อมบางส่วนในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด ช่วยลดค่าเบี้ยประกัน
-
ระบุชื่อผู้ขับขี่ ที่มีอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ได้ค่าเบี้ยประกันถูกลง
-
เปรียบเทียบเบี้ยประกันจากหลายบริษัทเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดบน OOHOO.io ประกันออนไลน์
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากประหยัดค่าเบี้ยประกันแต่ยังได้คุ้มครองในกรณีสำคัญ เช่น รถชนกับยานพาหนะทางบก มีคู่กรณี สูญหาย ไฟไหม้ ไม่ครอบคลุมเมื่อเกิดเหตุรถชนที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา รอยขีดข่วนต่าง ๆ
เหมาะสำหรับ รถอายุ 3–7 ปี ผู้ที่ขับรถอย่างมืออาชีพ หรือไม่ได้ใช้งานในพื้นที่เสี่ยง แน่นอนว่าค่าเบี้ยประกันชั้น 2+ ถูกกว่าประกันชั้น 1 แต่ยังอุ่นใจในกรณีชนกับรถคันอื่น
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับใครบ้าง?
-
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไป
-
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับผู้ที่พึ่งหัดขับ
-
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่ยังให้ความคุ้มครองสูง ในราคาที่น้อยกว่าประกันชั้น 1
โดยประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีความหลากหลายทั้งในเรื่องทุนประกัน ความคุ้มครอง ครอบคลุมทุุกความเสียหายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หากสนใจ ซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ออนไลน์ ได้แล้วที่นี่ หรือเช็คเบี้ยประกันได้ง่ายแค่คลิก www.oohoo.io
ความคุ้มครองของประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีอะไรบ้าง?
“ซ่อมเขา, ซ่อมเรา, รถหาย, ไฟไหม้, คุ้มครองคนในรถ (รถชนรถ)”
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ แบ่งความคุ้มครองเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน
-
ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกันกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการชนโดยมีคู่กรณีเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมขนส่ง
-
กรณีรถสูญหาย
-
อุบัติเหตุไฟไหม้
-
อุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม (บางกรมธรรม์)
คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ของบุคคลที่สาม
-
กรณีเกิดอุบัติเหตุจากรถชนรถ
คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
-
เกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
-
เสียชีวิต
-
สูญเสียอวัยวะ
โดยสามารถอ่านเงื่อนไขและความคุ้มครองกรมธรรม์ได้ก่อนซื้อประกันชั้น 2+
OOHOO.io จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ระหว่าง "ประกันชั้น 1" ที่คุ้มครองครอบจักรวาล กับ "ประกันชั้น 2+" ที่คุ้มค่าในราคาประหยัด แบบไหนจะตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุดในปีนี้
รู้จักกฎใหม่ประกันรถยนต์ปี 2569 "ยิ่งขับดี ยิ่งจ่ายถูก"
ก่อนจะไปเทียบชั้นประกัน เราต้องเข้าใจก่อนว่าในปี 2569 นี้ ระบบการคิดเบี้ยประกันเปลี่ยนไปอย่างไร
-
การระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver) จากเดิมที่ระบุได้ 2 คน ปัจจุบันขยายเป็น 5 คน เพื่อรองรับครอบครัวใหญ่
-
ส่วนลด 2 ต่อ สูงสุด 80%
-
ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus) สูงสุด 40% (เหมือนระบบเดิม)
-
ส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ สูงสุด 40% (วัดจากการไม่เกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดต่อเนื่อง)
-
-
คะแนนติดตัวคนขับ ประวัติการขับขี่จะผูกติดกับเลขบัตรประชาชน หากคุณมีคะแนนดี ต่อให้เปลี่ยนไปขับรถคันอื่นในชื่อของคุณ เบี้ยประกันก็จะยังถูกอยู่
เจาะลึกความแตกต่าง ประกันชั้น 1 vs ประกันชั้น 2+
ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองครบที่สุด
ประกันชั้น 1 คือ "ที่สุด" ของความอุ่นใจ เหมาะสำหรับรถใหม่ รถหรู หรือผู้ที่ต้องการความสบายใจสูงสุด
-
จุดเด่น: เคลมได้แม้ "ไม่มีคู่กรณี" (เช่น ถอยชนเสา, ก้อนหินดีด, กิ่งไม้ตกใส่, โดนกรีดรถ)
-
ความคุ้มครอง: ครอบคลุมทั้งรถเขา รถเรา สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยก่อการร้าย
-
ทุนประกัน: อ้างอิงตามมูลค่าราคากลางของรถยนต์ (ประมาณ 80-90% ของราคาซื้อขาย)
-
ราคาเบี้ยประกัน (โดยประมาณ): 6,450 - 30,000+ บาท/ปี
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ความคุ้มค่าที่ใกล้เคียงชั้น 1
ประกันชั้น 2+ คือทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนขับเก่งที่ต้องการประหยัดงบ
-
จุดเด่น: คุ้มครองเกือบเท่าชั้น 1 แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ "ต้องเป็นอุบัติเหตุรถชนรถ (ยานพาหนะทางบก) และต้องมีคู่กรณีเท่านั้น" ถึงจะเคลมซ่อมรถเราได้
-
ความคุ้มครอง: รถเรา (กรณีชนกับรถ), รถเขา, รถหาย, ไฟไหม้ (และหลายบริษัทรวมน้ำท่วมให้ด้วย)
-
ทุนประกัน: เลือกได้ตามใจส่วนใหญ่เริ่มที่ 100,000 - 500,000 บาท
-
ราคาเบี้ยประกัน (โดยประมาณ): 4,534 - 8,500 บาท/ปี
ตารางเปรียบเทียบ ประกันชั้น 1 Vs ประกันชั้น 2+ อัปเดตปี 2569

ข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณา ระหว่างประกันรถยนต์ชั้น 1 และ 2+
การเลือกประเภทประกันภัยไม่ใช่เพียงการเลือกซื้อความคุ้มครอง แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน ในปี 2569 ที่ค่าแรงและค่าอะไหล่เทคโนโลยีมีการปรับตัวสูงขึ้น นี่คือรายละเอียดที่คุณต้องทราบก่อนเซ็นสัญญา
ประกันรถยนต์ชั้น 1
ข้อดี: ความอุ่นใจไร้ขีดจำกัดและสิทธิประโยชน์ส่วนเพิ่ม
-
นิยามของการลดภาระ จุดแข็งที่สุดคือความ "จบ" ในกรมธรรม์เดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด หรือเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี (Single Vehicle Accident) เช่น ถอยชนเสา หินดีด หรือกิ่งไม้หล่นใส่ คุณสามารถแจ้งเคลมเพื่อคืนสภาพรถให้สมบูรณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิดกับใคร
-
สิทธิพิเศษระดับพรีเมียม โดยส่วนใหญ่แผนชั้น 1 มักมาพร้อมกับบริการเสริม (Value Added Services) ที่เข้มข้นกว่า เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง, บริการรถยกฉุกเฉินไม่จำกัดระยะทาง, บริการรถใช้ระหว่างซ่อม, บริการช่างซ่อมกุญแจ, บริการเติมน้ำมันฉุกเฉิน หรือเงินชดเชยรายได้หากต้องนอนโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้จริง
ข้อเสีย: ต้นทุนที่สูงและผลกระทบต่อประวัติการขับขี่
-
ภาระค่าเบี้ยประกัน แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่าชั้นอื่นประมาณ 2-3 เท่า ซึ่งอาจเป็นภาระหนักสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมรายจ่ายคงที่
-
ระบบคะแนนพฤติกรรม (UBI - Usage Based Insurance) ภายใต้เกณฑ์การคำนวณเบี้ยแบบใหม่ในปี 2569 หากมีการแจ้งเคลม "แบบไม่มีคู่กรณี" บ่อยครั้ง แม้จะเป็นรอยเพียงเล็กน้อย จะส่งผลโดยตรงต่อคะแนนพฤติกรรมการขับขี่ ทำให้ส่วนลดประวัติดีหายไป และเบี้ยประกันในปีต่อๆ ไปจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
ข้อดี: ประสิทธิภาพสูงสุดในราคาที่คุ้มค่า (Cost-Efficiency)
-
ความคุ้มครองหลักที่แข็งแกร่ง ในสภาวะเศรษฐกิจปี 2569 ที่ทุกคนเน้นความคุ้มค่า ประกันชั้น 2+ คือทางเลือกที่ชาญฉลาด เพราะคุ้มครองความเสี่ยงที่ "ร้ายแรง" (Catastrophic Risks) ได้เทียบเท่าชั้น 1 ทั้งกรณีรถสูญหายจากการโจรกรรม, เหตุไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก
-
เบี้ยประกันที่เข้าถึงง่าย ช่วยให้คุณเหลือเงินสดไปใช้จ่ายในส่วนอื่น แต่ยังคงมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงรถของคู่กรณีและตัวรถของเราเองเมื่อเกิดการเฉี่ยวชนกันจริง
ข้อเสีย: ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ (Limitations & Risks)
-
ความเสี่ยงจากการเคลมแบบไร้คู่กรณี นี่คือจุดอ่อนสำคัญ หากคุณพบรอยขีดข่วนจากการถอยชนกระถางต้นไม้ หรืออุบัติเหตุที่ "ไม่สามารถระบุคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบกได้" (เช่น โดนชนแล้วหนีโดยไม่มีกล้องวงจรปิดหรือเลขทะเบียน) คุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถตัวเองทั้งหมด 100%
-
ความกดดันในการขับขี่ ผู้ใช้ประกันชั้น 2+ จำเป็นต้องมีความชำนาญในการขับขี่สูงกว่าปกติ เพราะต้องมั่นใจว่าความผิดพลาดส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีคู่กรณี จะไม่สร้างภาระค่าซ่อมก้อนใหญ่ตามมา
วิเคราะห์เจาะลึก 5 ผู้นำประกันรถยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2569
1. วิริยะประกันภัย ความเชื่อมั่นผ่านงานบริการระดับพรีเมียม
วิริยะยังคงรักษาตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ในใจผู้ใช้รถได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยหัวใจสำคัญคือ เครือข่ายอู่ซ่อมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมมากที่สุดในไทย
-
จุดแข็ง มาตรฐานอู่ในเครือที่มีการคัดเลือกอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้เอาประกันมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพอะไหล่แท้และฝีมือการซ่อม
-
การบริการ โดดเด่นเรื่องการสำรวจภัย (Surveyor) ที่รวดเร็วและเป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญในการไกล่เกลี่ยอุบัติเหตุที่ซับซ้อน
-
เหมาะสำหรับ คนรักรถที่ต้องการ "ความชัวร์" ว่าเมื่อเกิดเหตุจะมีคนดูแลทุกที่ทั่วไทย และต้องการงานซ่อมที่จบในที่เดียว
2. ธนชาตประกันภัย แชมป์ประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แห่งยุค
ในวันที่ท้องถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้า ธนชาตได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้วยกรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อ EV Ecosystem โดยเฉพาะ
-
จุดแข็ง นโยบาย "คุ้มครองแบตเตอรี่ 100%" ซึ่งเป็นหัวใจที่มีมูลค่าสูงที่สุดของรถ EV โดยไม่มีการหักค่าเสื่อมตามอายุการใช้งาน
-
ทุนประกัน ให้วงเงินคุ้มครองสูงเมื่อเทียบกับค่าเบี้ย ช่วยให้เจ้าของรถมั่นใจว่าหากเกิดอุบัติเหตุหนัก ทุนประกันจะครอบคลุมมูลค่ารถที่แท้จริง
-
เหมาะสำหรับ เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าและรถ Hybrid ที่กังวลเรื่องค่าซ่อมระบบไฟฟ้าและราคาแบตเตอรี่ที่สูง
3. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ผู้นำนวัตกรรม InsurTech เพื่อคนรุ่นใหม่
ไทยวิวัฒน์ฉีกกฎการทำประกันแบบเดิมๆ ด้วยการนำเทคโนโลยี IoT และแอปพลิเคชันมาใช้คำนวณเบี้ยประกันตามจริง
-
จุดแข็ง ระบบ "ประกันเปิด-ปิด" ที่ให้คุณจ่ายค่าเบี้ยเฉพาะช่วงเวลาที่ขับรถจริงๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 40-70% เมื่อเทียบกับประกันรายปีทั่วไป
-
เทคโนโลยี ใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชัน สามารถแจ้งเคลมแบบดิจิทัล และติดตามรถลากหรือพนักงานสำรวจภัยได้แบบ Real-time
-
เหมาะสำหรับ คนที่ใช้รถน้อย ขับแค่ไป-กลับที่ทำงานใกล้ๆ หรือกลุ่ม Work from Home ที่ต้องการจ่ายตามการใช้งานจริง
4. เออร์โก้ประกันภัย (ERGO) คุณภาพมาตรฐานเยอรมันในราคาที่เข้าถึงได้
ERGO นำแนวคิดการจัดการความเสี่ยงที่แม่นยำแบบเยอรมันมาปรับใช้กับตลาดไทย เน้นความคุ้มค่าและความยืดหยุ่น
-
จุดแข็ง แพ็กเกจประกันที่แยกย่อยตามพื้นที่ (City Insurance) ทำให้คนเมืองที่มักเจออุบัติเหตุเฉี่ยวชนเล็กน้อยได้รับเบี้ยประกันที่ถูกลง
-
ความน่าเชื่อถือ อยู่ภายใต้เครือข่าย Munich Re ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรับประกันภัยต่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก มั่นใจได้ในความมั่นคงทางการเงิน
-
เหมาะสำหรับ คนวัยทำงานในเมืองที่ต้องการประกันที่ซื้อง่าย เคลมเร็ว และราคาสมเหตุสมผล
5. แอกซ่าประกันภัย (AXA) บริการระดับสากลและความคุ้มครองที่ปรับแต่งได้
แอกซ่าโดดเด่นในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่มีความยืดหยุ่นสูงในการออกแบบกรมธรรม์ตามความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalized Insurance)
-
จุดแข็ง บริการเสริมที่เหนือระดับ เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงที่มีประสิทธิภาพสูง และการให้ทุนประกันที่สามารถปรับเพิ่ม-ลดได้ตามงบประมาณ
-
ความครอบคลุม มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วโลก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถยุโรปหรือรถนำเข้าที่ต้องการมาตรฐานการดูแลที่เป็นสากล
-
เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการกรมธรรม์ที่ "พอดี" กับความต้องการ ไม่ต้องการซื้อความคุ้มครองที่เกินความจำเป็น แต่ยังคงความมั่นคงสูง
3 ข้อที่ควรเช็กก่อนทำประกัน
-
ประเมินความคุ้มค่าจากพฤติกรรมจริง หากคุณขับรถน้อยหรือมีวินัยสูง ประกันชั้น 2+ จะช่วยรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้ดีกว่า แต่ถ้ายังกังวลเรื่องอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ชั้น 1 คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
-
เช็กเงื่อนไข "ค่าเสียหายส่วนแรก" (Deductible) ระวังแผนประกันที่เบี้ยถูกผิดปกติ เพราะอาจพ่วงมาด้วยค่าเสียหายส่วนแรกที่สูงเมื่อต้องแจ้งเคลม ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าอยู่ในระดับที่คุณยอมรับได้
-
ใช้ประโยชน์จากโบรกเกอร์ออนไลน์ อย่าลืมเปรียบเทียบแผนประกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเช็กส่วนลดพิเศษ โปรโมชั่นบัตรเครดิต หรือสิทธิประโยชน์ออนท็อปที่มักจะมีให้เฉพาะการซื้อผ่านช่องทางดิจิทัลเท่านั้น
บทสรุปการตัดสินใจ เลือกประกันที่ "ใช่" ให้คุ้มค่าที่สุดในปี 2569
การเลือกประกันรถยนต์ในยุคนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจาก "พฤติกรรมการขับขี่" และ "เทคโนโลยีของตัวรถ" เป็นสำคัญ โดยมีหลักเกณฑ์การตัดสินใจง่ายๆ ดังนี้
-
เลือกประกันชั้น 1 (The Absolute Protection) เหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถที่มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) ซึ่งมีค่าอะไหล่และเซนเซอร์ราคาสูง รวมถึงผู้ขับขี่ที่ต้องการความสบายใจสูงสุด ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงแม้แต่รอยขีดข่วนเล็กน้อย การจ่ายเบี้ยที่สูงกว่าคือการ "ซื้อความสะดวกสบาย" และบริการเสริมที่ครบวงจร
-
เลือกประกันชั้น 2+ (The Smart Saver) ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับนักขับมือโปรที่มีประวัติการขับขี่ดี หากย้อนดูประวัติ 12 เดือนล่าสุดแล้วคุณไม่เคยเคลมแบบไม่มีคู่กรณีเลย การขยับมาใช้ชั้น 2+ จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้หลักหมื่นบาท โดยที่ยังคงความคุ้มครองความเสี่ยงร้ายแรงอย่าง รถหาย, ไฟไหม้ และการชนหนัก (รถชนรถ) ไว้ครบถ้วน
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคุ้มครองจัดเต็ม หรือสายประหยัดที่เน้นความสมเหตุสมผล... ให้ OOHOO ประกันรถยนต์ออนไลน์ เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับคุณ!
เราได้รวบรวมแพ็กเกจประกันภัยจากบริษัทชั้นนำมาให้คุณ เช็กราคาและเปรียบเทียบ ได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่คลิก ซื้อเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรับกรมธรรม์ออนไลน์ทันที ประหยัดทั้งเวลาและค่าเบี้ยในราคาที่ถูกกว่า
เลือกประกันที่ตอบโจทย์ชีวิตปี 2569 ของคุณได้ที่ OOHOO.io ประกันออนไลน์ ง่ายๆ อู้หูเลย!
รีวิวจากผู้ซื้อจริง
รีวิว/แชร์ประสบการณ์จากลูกค้าของเรา การันตีจากเสียงลูกค้าผู้ใช้งานจริง OOHOO.io