ประกันชั้น 1 ที่ไหนดี? รวม 10 บริษัทประกันยอดนิยม อัปเดต 69
01 Jul 2026
ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี? รวม 10 บริษัทที่คนเลือกใช้มากที่สุด พร้อมคู่มือเลือกให้คุ้มค่า
การเลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถยนต์คู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งคันเล็กสำหรับขับไปทำงาน หรือรถกระบะคันเก่งที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและเชิงพาณิชย์ มักจะตามมาด้วยคำถามยอดฮิตเสมอว่า "เลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี?" เพราะในตลาดปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยให้เลือกมากมาย แต่ละแห่งต่างก็งัดโปรโมชัน ส่วนลด และสิทธิประโยชน์ต่างๆ มาดึงดูดใจผู้บริโภค
การจะตัดสินใจเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ไม่ควรมองแค่เรื่องของ "ราคาเบี้ยประกันที่ถูกที่สุด" เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องพิจารณาถึงความมั่นคงของบริษัท เงินทุนสำรอง ความรวดเร็วและเป็นธรรมในการเคลมสินไหมทดแทน รวมถึงจำนวนอู่ซ่อมและศูนย์บริการในเครือที่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จะได้รับความคุ้มครองและการดูแลอย่างมืออาชีพและทันท่วงที
บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึก เจาะลึก 10 บริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้นนำที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ใช้งานจริง โดยจะนำมาเปรียบเทียบให้เห็นกันอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของจุดเด่น อัตราเบี้ยประกันภัยเริ่มต้น เงินทุนสำรองเพื่อความมั่นคง และรูปแบบการบริการงานเคลม พร้อมทั้งแยกแยะความเหมาะสมตามประเภทการใช้งานระหว่างรถเก๋งและรถกระบะ เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด
ทำไมต้องประกันรถยนต์ชั้น 1? ความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด
ก่อนที่จะไปดูรายชื่อบริษัทประกันภัย สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นให้ความคุ้มครองที่แตกต่างจากประกันชั้นอื่นๆ อย่างไร และทำไมผู้ใช้รถส่วนใหญ่จึงยังคงเลือกรับความคุ้มครองประเภทนี้ แม้จะต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงกว่า
ประกันรถยนต์ชั้น 1 ถือเป็นรูปแบบการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดและครอบคลุมความเสี่ยงภัยมากที่สุด โดยมีจุดเด่นหลักๆ ที่ประกันชั้นอื่นไม่มี ดังนี้
-
คุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณี: นี่คือหัวใจสำคัญของประกันชั้น 1 เพราะไม่ว่ารถจะไปเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้า ชนต้นไม้ หินดีดใส่กระจกหน้า ถอยชนกำแพงบ้าน หรือแม้กระทั่งรอยขีดข่วนที่ไม่ทราบสาเหตุ ประกันชั้น 1 ก็ยังคงให้ความคุ้มครองและสามารถแจ้งเคลมได้ ต่างจากประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ที่จะคุ้มครองเฉพาะกรณีที่เกิดการชนกับยานพาหนะทางบกและต้องมีคู่กรณีชัดเจนเท่านั้น
-
คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายหรือไฟไหม้: ในกรณีที่รถยนต์ถูกโจรกรรม ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ตัวรถ ไม่ว่าจะเกิดจากระบบกลไกภายในหรืออุบัติเหตุจากภายนอก บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
-
คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ: รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ประกันชั้น 1 จะเข้ามาช่วยดูแลค่าซ่อมแซมตัวรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมตามเงื่อนไขที่กำหนด
-
คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: ทั้งในส่วนของความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัย รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่รถคันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายก่อขึ้น
-
ความคุ้มครองเพิ่มเติมตามเอกสารแนบท้าย: ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในรถ การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และการวางหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ประกันรถยนต์ชั้น 1 จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ใหม่ป้ายแดง รถที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน หรือผู้ขับขี่ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในทุกรูปแบบ
ปัจจัยสำคัญในการเลือกบริษัทประกันรถยนต์ชั้น 1
การพิจารณาเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์ ไม่ควรมองเพียงแค่ตัวเลขเบี้ยประกันภัยที่แสดงในใบเสนอราคาเท่านั้น แต่ควรใช้ปัจจัยหลัก 4 ประการต่อไปนี้มาประกอบการพิจารณา เพื่อให้ได้ประกันภัยที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด
1. ความมั่นคงและเงินทุนสำรองของบริษัท
ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัยถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio หรือ CAR) เป็นตัวชี้วัดที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ โดยมาตรฐานขั้นต่ำจะต้องไม่ต่ำกว่า 140% บริษัทที่มีตัวเลขเงินทุนสำรองสูง ย่อมแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมั่นคง แม้ในยามที่เกิดภัยพิบัติหรือมีผู้แจ้งเคลมพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
2. ชื่อเสียงและคุณภาพการบริการงานเคลม
ความรวดเร็วในการส่งพนักงานสำรวจภัยไปยังจุดเกิดเหตุ ความเป็นธรรมในการประเมินความเสียหาย และความง่ายในขั้นตอนการอนุมัติเคลม เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้เอาประกันภัยโดยตรง บริษัทที่มีระบบการจัดการที่ดี มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การเคลมผ่านแอปพลิเคชัน หรือการวิดีโอคอลเพื่อประเมินราคา จะช่วยลดความยุ่งยากและประหยัดเวลาได้เป็นอย่างดี
3. เครือข่ายอู่ซ่อมและศูนย์บริการ
ควรตรวจสอบว่าบริษัทประกันภัยแห่งนั้นมี "อู่ในเครือ" หรือ "ศูนย์บริการ (ซ่อมห้าง)" ที่ได้มาตรฐานตั้งอยู่ใกล้บ้าน หรืออยู่ในพื้นที่ที่เดินทางสะดวกมากน้อยเพียงใด เพราะหากบริษัทประกันมีชื่อเสียงดี แต่ไม่มีอู่ในเครือในจังหวัดหรือพื้นที่ที่ใช้งานรถยนต์เลย เวลาต้องการส่งรถเข้าซ่อมอาจจะต้องเดินทางไกล หรือต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วนำใบเสร็จมาตั้งเบิก ซึ่งสร้างความไม่สะดวกเป็นอย่างมาก
4. อัตราเบี้ยประกันภัยและทุนประกันที่เหมาะสม
ทุนประกันภัยรถยนต์โดยปกติจะตั้งอยู่ที่ประมาณ 70-80% ของราคาซื้อขายในตลาด ณ ช่วงเวลานั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำประกันภัยที่สูงเกินมูลค่าจริง (Over-insurance) อัตราเบี้ยประกันที่เหมาะสมควรจะสอดคล้องกับวงเงินความคุ้มครองและเงื่อนไขต่างๆ เช่น การระบุชื่อผู้ขับขี่ การเลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อลดค่าเบี้ยประกัน เป็นต้น
เจาะลึก 10 บริษัทประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คนเลือกใช้มากที่สุด
จากการสำรวจความนิยมของผู้ใช้รถยนต์ในประเทศไทย รวมถึงปริมาณยอดขายและเสียงตอบรับในแง่บวก นี่คือ 10 บริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับและเลือกใช้งานมากที่สุด โดยจะทำการแจกแจงรายละเอียดและจุดเด่นของแต่ละบริษัทเพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบ
1. วิริยะประกันภัย (Viriyah Insurance)
วิริยะประกันภัย ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดประกันภัยรถยนต์ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงที่สุดและชื่อเสียงที่สั่งสมมานาน ทำให้เป็นแบรนด์แรกๆ ที่ผู้ใช้รถนึกถึงเมื่อต้องการความมั่นใจและความน่าเชื่อถือสูงสุด
จุดเด่นและระบบงานเคลม
จุดเด่นที่แข็งแกร่งที่สุดของวิริยะประกันภัยคือ เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสาขา สินไหมทดแทน อู่ซ่อมรถยนต์ หรือศูนย์บริการมาตรฐาน พนักงานสำรวจภัย (พนักงานเคลม) มีจำนวนมากและกระจายอยู่ทุกพื้นที่ ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ พนักงานมักจะเดินทางถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว ระบบการพิจารณาสินไหมและการอนุมัติซ่อมมีความเป็นมืออาชีพ ได้รับการยอมรับจากอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไปว่าเคลมง่าย ไม่จุกจิก และได้อะไหล่แท้ตามเงื่อนไข
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ใหม่ รถยนต์ครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุดในการเดินทางไกล ขับขี่ข้ามจังหวัดบ่อยๆ เนื่องจากมีจุดบริการรองรับในทุกเส้นทางหลักทั่วประเทศ
- สำหรับรถกระบะ: ตอบโจทย์รถกระบะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ 4 ประตูสำหรับใช้งานส่วนบุคคล หรือรถกระบะแค็ปที่ใช้ในงานบรรทุก เนื่องจากวิริยะมีความเชี่ยวชาญสูงในการประเมินความเสียหายของโครงสร้างรถและช่วงล่าง ทำให้การซ่อมแซมรถกระบะกลับมาสมบูรณ์ได้มาตรฐาน
2. กรุงเทพประกันภัย (Bangkok Insurance - BKI)
กรุงเทพประกันภัย เป็นบริษัทประกันภัยระดับพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้บริการที่ยอดเยี่ยมและการรักษามาตรฐานคุณภาพในระดับสูง มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษและพร้อมจ่ายเบี้ยประกันเพื่อแลกกับความสะดวกสบายสูงสุด
จุดเด่นและระบบงานเคลม
กรุงเทพประกันภัยมีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของการบริการหลังการขายและการเคลมที่เป็นธรรม มีบริการเสริมพิเศษมากมาย เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) ที่พึ่งพาได้จริง และมีโครงการพิเศษอย่าง "Quick Repair" ซ่อมสีด่วนภายในเวลาที่กำหนดสำหรับรอยแผลเล็กน้อย นอกจากนี้ อู่ในเครือและศูนย์บริการที่เข้าร่วมกับกรุงเทพประกันภัยมักจะเป็นอู่ระดับเกรด A ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างเข้มงวด ทำให้งานซ่อมสีและตัวถังมีคุณภาพสูง
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะกับรถเก๋งกลุ่มพรีเมียม รถยุโรป หรือรถญี่ปุ่นรุ่นท็อปที่เจ้าของต้องการความเนี๊ยบของงานซ่อม และต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งเรื่องการประเมินราคาอะไหล่
- สำหรับรถกระบะ: เหมาะสำหรับรถกระบะส่วนบุคคลที่เน้นการใช้งานในเมืองหรือการเดินทางท่องเที่ยว ที่ต้องการบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพสูงในกรณีที่รถเกิดปัญหาระหว่างทาง
3. ธนชาตประกันภัย (Thanachart Insurance)
ธนชาตประกันภัย เติบโตมาจากฐานลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารธนชาตเดิม ทำให้มีความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้รถยนต์เป็นอย่างดี ปัจจุบันเป็นบริษัทประกันภัยที่มาแรงด้วยการนำเสนอแผนประกันที่คุ้มค่าและให้ทุนประกันที่สูง
จุดเด่นและระบบงานเคลม
จุดเด่นที่สำคัญคือมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนที่สูงมาก (มากกว่า 600%) ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินในระดับสูงสุด แผนประกันชั้น 1 ของธนชาตมักจะให้ทุนประกันที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่จ่ายไป ในส่วนของงานเคลม ธนชาตได้พัฒนาระบบการเคลมออนไลน์และการประสานงานผ่านระบบดิจิทัล ทำให้กระบวนการแจ้งเคลมและอนุมัติซ่อมเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีอู่และศูนย์ซ่อมในเครือมากกว่า 1,900 แห่งทั่วประเทศ
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนทำงานที่ต้องการความคุ้มค่า คุ้มราคา ได้ทุนประกันสูงเพื่อคุ้มครองมูลค่ารถยนต์ และชอบความสะดวกสบายในการจัดการผ่านระบบออนไลน์
- สำหรับรถกระบะ: เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับรถกระบะ เนื่องจากแผนประกันของธนชาตมักจะมีการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ตอบโจทย์ เช่น การคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคลภายในรถ หรือข้อเสนอพิเศษสำหรับรถกระบะยกสูง
4. คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (Tokio Marine Safety Insurance)
เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง "โตเกียวมารีนประกันภัย" แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับสากลจากประเทศญี่ปุ่น และ "ประกันคุ้มภัย" บริษัทประกันภัยรถยนต์เก่าแก่ที่มีรากฐานแข็งแกร่งในไทย กลายเป็นพันธมิตรที่รวมเอาความมั่นคงระดับโลกเข้ากับเครือข่ายบริการที่กว้างขวางในท้องถิ่น
จุดเด่นและระบบงานเคลม
ด้วยการผสานจุดแข็งของทั้งสองบริษัท ทำให้มีเงินทุนสำรองที่มั่นคงหนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ ในธุรกิจ และมีฐานข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูง จุดเด่นคือการมีตัวแทนและสาขาให้บริการกระจายอยู่เป็นจำนวนมากทั่วประเทศ ระบบการเคลมมีความเป็นมาตรฐานสากลสไตล์ญี่ปุ่น มีความชัดเจนตรงไปตรงมาในเรื่องของเอกสารและการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ค่ายญี่ปุ่น (Toyota, Honda, Nissan, Mazda เป็นต้น) เนื่องจากมีความสัมพันธ์และข้อตกลงที่ดีกับศูนย์บริการรถยนต์ค่ายต่างๆ ทำให้การส่งซ่อมห้างทำได้ง่ายและราบรื่น
- สำหรับรถกระบะ: เหมาะสำหรับรถกระบะเชิงพาณิชย์และรถกระบะใช้งานทั่วไป ด้วยความแข็งแกร่งของเครือข่ายอู่ซ่อมในต่างจังหวัดที่มีจำนวนมาก ทำให้เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ห่างไกลก็ยังสามารถเข้าถึงบริการซ่อมแซมได้อย่างรวดเร็ว
5. เมืองไทยประกันภัย (Muang Thai Insurance)
เมืองไทยประกันภัย ภายใต้การบริหารงานที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูง โดดเด่นด้วยการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลายและตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่
จุดเด่นและระบบงานเคลม
เมืองไทยประกันภัยมีจุดเด่นในเรื่องของบริการเสริมหลังการขายที่ครบครัน เช่น บริการ "MTI SOS" ที่คอยให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง มีทีมงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประสานงานได้อย่างเข้มแข็งและสุภาพ การจัดส่งพนักงานสำรวจภัยทำได้รวดเร็วตามมาตรฐาน และมีอู่ซ่อมมาตรฐานในเครือรองรับมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงมีแคมเปญกระตุ้นตลาดและโปรโมชันร่วมกับบัตรเครดิตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะสำหรับกลุ่มคนเมืองและผู้หญิงขับรถ ที่ต้องการความอุ่นใจจากบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นกรณีรถเสีย น้ำมันหมด หรือสตาร์ทไม่ติด แผนประกันมีเงื่อนไขที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน
- สำหรับรถกระบะ: เหมาะกับรถกระบะบ้านใช้งานส่วนตัวที่ต้องการความคุ้มครองที่สมดุลระหว่างราคาเบี้ยประกันและวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สิน
6. ทิพยประกันภัย (Dhipaya Insurance)
ทิพยประกันภัย เป็นบริษัทประกันภัยที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้มีความมั่นคงสูงมาก และเป็นผู้บุกเบิกการคิดค้นแผนประกันภัยรูปแบบเฉพาะกลุ่ม เช่น ประกันรถยนต์สำหรับผู้หญิง หรือประกันที่คิดค่าเบี้ยตามระยะทางการขับขี่จริง
จุดเด่นและระบบงานเคลม
ทิพยประกันภัยมีความโดดเด่นในเรื่องของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ แผนประกัน "Tip Lady" ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเนื่องจากให้สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ผู้หญิงขับรถ เช่น ความคุ้มครองศัลยกรรมจากอุบัติเหตุ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่เน้นความปลอดภัยเป็นพิเศษ ในแง่ของระบบงานเคลม ปัจจุบันทิพยได้พัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถแจ้งเคลมและติดตามสถานะการซ่อมได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานยุคดิจิทัล
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสุภาพสตรีที่ขับรถเก๋ง หรือผู้ที่ใช้รถยนต์น้อย (เลือกแผนประกันตามระยะทางหรือตามเวลาขับ) ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันไปได้เป็นจำนวนมาก
- สำหรับรถกระบะ: เหมาะสำหรับรถกระบะที่เน้นใช้งานในเมืองหรือรถของหน่วยงาน องค์กร ต่างๆ ที่ต้องการระบบการจัดการเอกสารที่ได้มาตรฐานและตรวจสอบได้ง่าย
7. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (Thaivivat Insurance)
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เป็นผู้นำด้าน "InsurTech" หรือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจประกันภัยอย่างเต็มรูปแบบ โดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันดีจากผลิตภัณฑ์ "ประกันรถเปิด-ปิด" ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการประกันภัยรถยนต์
จุดเด่นและระบบงานเคลม
จุดเด่นที่สุดคือ ความยืดหยุ่นและการประหยัดค่าใช้จ่าย ประกันรถเปิด-ปิด ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยจ่ายค่าเบี้ยตามเวลาที่ขับรถจริง โดยระบบจะทำการเปิด-ปิดประกันให้อัตโนมัติผ่านอุปกรณ์ TVI Connect หรือผ่านแอปพลิเคชัน แม้จะเป็นประกันแบบเปิด-ปิด แต่เมื่อเกิดเหตุ ความคุ้มครองของชั้น 1 จะทำงานเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ด้านงานเคลมใช้ระบบ "Thaivivat Smart Solution" นำระบบ GPS มาใช้ติดตามพิกัดของพนักงานเคลม ทำให้ลูกค้าทราบได้ทันทีว่าพนักงานจะเดินทางมาถึงเมื่อไหร่
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่มีรถเก๋งแต่ไม่ค่อยได้ขับ เช่น จอดไว้ขับเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ ขับไปซื้อของใกล้ๆ บ้าน หรือคนทีเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก แต่อยากมีประกันชั้น 1 ไว้คุ้มครองเผื่อเกิดเหตุ
- สำหรับรถกระบะ: เหมาะสำหรับรถกระบะส่วนบุคคลที่ไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือรถกระบะที่ใช้งานเฉพาะกิจตามฤดูกาล ทำให้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันราคาเต็มปีในส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน
8. รู้ใจประกันภัย (Roojai Insurance)
รู้ใจประกันภัย เป็นผู้ให้บริการประกันภัยออนไลน์แนวใหม่ที่เน้นการปรับแต่งแผนประกันภัยได้ตามความต้องการจริงของผู้ขับขี่ (Customization) ผ่านระบบหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายมาก
จุดเด่นและระบบงานเคลม
จุดเด่นของรู้ใจคือ "ราคาที่ปรับแต่งได้" หากเป็นคนขับดี มีประวัติการขับขี่ดี ไม่ค่อยเคลม และยินดีที่จะระบุชื่อผู้ขับขี่หรือเลือกค่าเสียหายส่วนแรก เบี้ยประกันชั้น 1 ของรู้ใจจะถูกลงอย่างน่าใจหาย ระบบการเคลมใช้เทคโนโลยีวิดีโอคอลผ่านแอปพลิเคชันเพื่อประเมินความเสียหายในกรณีเคลมแห้ง (ไม่มีคู่กรณี) ทำให้ไม่ต้องเสียเวลานัดหมายพนักงานให้เดินทางมาดูรถ และมีระบบสะสมแต้ม (Roojai Rewards) เพื่อนำไปแลกของรางวัลต่างๆ
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะสำหรับคนขับรถเก๋งที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี ปลอดภัย มีที่จอดรถเป็นหลักแหล่ง และมีความเชี่ยวชาญในการใช้งานแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
- สำหรับรถกระบะ: เหมาะสำหรับรถกระบะ 4 ประตู หรือรถกระบะใช้งานส่วนตัวที่ผู้ขับขี่ต้องการควบคุมงบประมาณค่าเบี้ยประกันด้วยตัวเอง โดยการเลือกปรับลดความคุ้มครองในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป
9. แอกซ่าประกันภัย (AXA Insurance)
แอกซ่าประกันภัย เป็นส่วนหนึ่งของ AXA Group กลุ่มธุรกิจประกันภัยและความมั่นคงทางการเงินระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส มีมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากลและเป็นที่ยอมรับในเรื่องของความซื่อตรงและโปร่งใส
จุดเด่นและระบบงานเคลม
โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ระดับสากล แผนประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ของแอกซ่ามักจะมาพร้อมกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนที่ได้มาตรฐานสูง มีข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัด (เบี้ยประกันจะถูกลงเป็นพิเศษ) ระบบการจัดการสินไหมทดแทนมีความเป็นระบบระเบียบ การพิจารณาค่าซ่อมและอะไหล่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ไม่มีข้อหมกเม็ด
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะสำหรับผู้ที่พักอาศัยและใช้งานรถเก๋งในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากสามารถเข้าถึงแผนเบี้ยประกันราคาพิเศษของแอกซ่าได้ และเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบระบบการทำงานที่ชัดเจนแบบบริษัทต่างชาติ
- สำหรับรถกระบะ: เหมาะกับรถกระบะสายท่องเที่ยวเดินทางไกล ที่ต้องการความมั่นใจในบริการช่วยเหลือฉุกเฉินระดับมืออาชีพตลอดเส้นทาง
10. แอลเอ็มจีประกันภัย (LMG Insurance)
แอลเอ็มจีประกันภัย เป็นบริษัทประกันภัยที่มีความมั่นคงแข็งแกร่ง อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีพันธมิตรและกลุ่มทุนใหญ่จากต่างประเทศให้การสนับสนุน ดำเนินธุรกิจด้วยความเรียบง่ายแต่งานบริการมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นและระบบงานเคลม
แอลเอ็มจีประกันภัยโดดเด่นในเรื่องของการออกแผนประกันที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และมักจะมีเบี้ยประกันที่ค่อนข้างคงที่ ไม่ผันผวนมากนัก ระบบการเคลมและการซ่อมสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระดับที่ดี มีการประสานงานกับอู่ซ่อมรถยนต์ในท้องถิ่นได้อย่างแนบแน่น ทำให้กระบวนการซ่อมแซมรถยนต์หลังจากเกิดอุบัติเหตุทำได้รวดเร็วและไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการรอคิวอะไหล่
ความเหมาะสมแยกตามประเภทรถ
- สำหรับรถเก๋ง: เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปที่ต้องการประกันภัยชั้น 1 ที่ไว้ใจได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่เน้นเทคโนโลยีที่หวือหวาแต่เน้นการบริการที่เข้าถึงง่ายเมื่อเกิดปัญหา
- สำหรับรถกระบะ: เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับรถกระบะบรรทุกหรือรถใช้งานทั่วไปในต่างจังหวัด เนื่องจากแอลเอ็มจีมีเครือข่ายอู่ซ่อมที่เชี่ยวชาญการซ่อมรถกระบะกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ เป็นจำนวนมาก
ซื้อประกันรถยนต์ที่ OOHOO ดีอย่างไร
ผ่อนเงินสด 0%
ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้
การันตีราคาถูกที่สุด
เจอที่อื่นถูกกว่าเราพร้อมคืนเงินทันที
เปรียบเทียบได้เลย
เช็คราคา ความคุ้มค่าก่อนสั่งซื้อ
ซื้อเองได้ 24 ชั่วโมง
จ่ายงวดแรกคุ้มครองเลย
รับกรมธรรม์ได้เลย
ผ่านระบบออนไลน์
เจ้าหน้าที่พร้อมบริการด้วยใจ
เมื่อคุณต้องการคำแนะนำ
ตารางเปรียบเทียบสรุป 10 บริษัทประกันรถยนต์ชั้น 1 ยอดนิยม
เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและเปรียบเทียบข้อมูลของแต่ละบริษัทได้อย่างรวดเร็ว ตารางด้านล่างนี้ได้ทำการสรุปปัจจัยสำคัญของทั้ง 10 บริษัทไว้ด้วยกัน

หมายเหตุ: อัตราเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นและอัตราส่วนเงินทุนสำรองเป็นข้อมูลโดยประมาณการ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามรุ่นรถ ปีที่ผลิต พฤติกรรมการขับขี่ และเงื่อนไขการรับประกันภัยของแต่ละบริษัท ณ ช่วงเวลานั้นๆ
เทคนิคการเลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ได้ราคาถูกลง แต่ความคุ้มครองเท่าเดิม
หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นค่อนข้างสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเทคนิคและวิธีการหลายอย่างที่ช่วยให้เราสามารถปรับลดค่าเบี้ยประกันลงได้ โดยที่ไม่ต้องลดทอนความคุ้มครองหลักของประกันชั้น 1 ไป ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจดังนี้
1. การเลือกแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver)
หากรถยนต์คันนั้นมีคนขับประจำอยู่เพียงแค่ 1 หรือ 2 คน การแจ้งระบุชื่อผู้ขับขี่ลงไปในกรมธรรม์ (ระบุได้สูงสุด 2 คน) จะช่วยให้ได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยตามช่วงอายุของผู้ขับขี่ โดยยิ่งผู้ขับขี่มีอายุและประสบการณ์มาก ก็จะได้ส่วนลดที่สูงขึ้น ดังนี้
- อายุ 18-24 ปี ได้รับส่วนลดประมาณ 5%
- อายุ 25-35 ปี ได้รับส่วนลดประมาณ 10%
- อายุ 36-50 ปี ได้รับส่วนลดประมาณ 15%
- อายุ 50 ปีขึ้นไป ได้รับส่วนลดประมาณ 20%
ข้อควรระวัง: หากเกิดอุบัติเหตุแล้วพบว่าผู้ขับขี่ในขณะนั้นไม่ใช่บุคคลที่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ และเป็นฝ่ายผิด ผู้เอาประกันภัยอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกตามที่กฎหมายกำหนด
2. การเลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
ค่าเสียหายส่วนแรกคือ จำนวนเงินที่เรายินดีจะจ่ายเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่รถของเราเป็นฝ่ายผิด หรือเป็นการชนแบบไม่มีคู่กรณี โดยปกติจะตั้งไว้ที่ 1,000 ถึง 5,000 บาทต่อครั้ง การเลือกใส่เงื่อนไขนี้จะทำให้บริษัทประกันภัยลดค่าเบี้ยประกันรายปีลงไปได้ในจำนวนที่ใกล้เคียงหรือมากกว่าค่าเสียหายส่วนแรกนั้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ขับรถเก่ง ขับรถดี และมั่นใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ
3. การรักษาประวัติดี (No Claim Bonus - NCB)
บริษัทประกันภัยทุกแห่งจะมีระบบส่วนลดประวัติดีให้กับผู้เอาประกันภัยที่ไม่เคยมีการแจ้งเคลม หรือมีการเคลมแต่รถคันเอาประกันภัยเป็นฝ่ายถูก โดยส่วนลดจะเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดในแต่ละปีที่ต่ออายุประกันภัย ดังนี้
- ขับดีปีที่ 1 รับส่วนลดประวัติดี 20% ในปีถัดไป
- ขับดีปีที่ 2 รับส่วนลดประวัติดี 30% ในปีถัดไป
- ขับดีปีที่ 3 รับส่วนลดประวัติดี 40% ในปีถัดไป
- ขับดีปีที่ 4 ขึ้นไป รับส่วนลดประวัติดีสูงสุดถึง 50% ดังนั้น การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ จึงเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเงินค่าประกันภัยได้อย่างยั่งยืนที่สุด
4. การติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์
ตามประกาศของ คปภ. รถยนต์ที่ติดตั้งกล้องบันทึกภาพหน้ารถยนต์ จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยทันที 5-10% ของเบี้ยประกันภัยสุทธิ เนื่องจากกล้องหน้ารถเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลดข้อพิพาท และช่วยให้กระบวนการเคลมสินไหมทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
5. การเลือกซ่อมอู่ แทนการซ่อมห้าง (ซ่อมศูนย์)
การเลือกเงื่อนไข "ซ่อมอู่" จะมีอัตราเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่า "ซ่อมห้าง" ประมาณ 10-30% สำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 3-5 ปีขึ้นไป การเลือกซ่อมอู่มาตรฐานในเครือที่ได้รับการรับรอง ถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก เพราะนอกจากจะประหยัดค่าเบี้ยแล้ว อู่เกรดดีๆ หลายแห่งยังมีฝีมือการซ่อมสีและตัวถังที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ศูนย์บริการ และมักจะใช้เวลาในการรอคิวซ่อมน้อยกว่าซ่อมห้างอีกด้วย
ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ชั้น 1 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การเรียนรู้และทำความเข้าใจขั้นตอนการเคลมที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนกและทำให้กระบวนการทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี
กรณีที่ 1: การเคลมสด (เกิดอุบัติเหตุรุนแรง หรือมีคู่กรณี ณ ตอนนั้น)
-
ตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉิน: นำรถเข้าจอดในที่ปลอดภัย (หากสามารถทำได้และไม่กีดขวางการจราจร) ตรวจสอบความปลอดภัยของตนเองและผู้โดยสาร
-
โทรแจ้งบริษัทประกันภัย: โทรเข้าสายด่วน (Call Center) ของบริษัทประกันทันที แจ้งสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะการเกิดเหตุ และข้อมูลทะเบียนรถ
-
ถ่ายภาพหลักฐาน: ถ่ายรูปภาพในมุมกว้างที่เห็นลักษณะการชน ตำแหน่งของรถทั้งสองคัน และรอยความเสียหายอย่างชัดเจน รวมถึงถ่ายภาพเอกสารของคู่กรณีไว้ด้วย (หากคู่กรณีพยายามแยกย้าย)
-
รอพนักงานสำรวจภัย: เมื่อพนักงานเดินทางมาถึง จะทำการตรวจสอบหลักฐาน สอบปากคำ และออก "ใบรายการความเสียหาย" หรือ "ใบเคลม" ให้ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการส่งรถเข้าซ่อมต่อไป
กรณีที่ 2: การเคลมแห้ง (เคลมรอบคัน หรือไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ขูดกำแพง)
-
บันทึกวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ: แม้จะเป็นการเฉี่ยวชนเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีคู่กรณี แต่การจดจำหรือบันทึกรายละเอียดว่าเหตุเกิดที่ไหน เมื่อไหร่ และลักษณะการชนเป็นอย่างไร จะช่วยให้การแจ้งเคลมราบรื่นและลดโอกาสการถูกเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามกฎเกณฑ์ของ คปภ.
-
แจ้งเคลมผ่านช่องทางของบริษัท: ปัจจุบันหลายบริษัทอนุญาตให้เคลมแห้งผ่านแอปพลิเคชัน โดยการส่งรูปถ่ายรอยแผลของรถยนต์ หรือโทรนัดหมายพนักงานให้มาตรวจสภาพรถที่บ้านหรือที่ทำงานตามความสะดวก
-
นำใบเคลมติดต่ออู่ซ่อม: เมื่อได้รับใบเคลมที่มีอายุการใช้งาน (ส่วนใหญ่มีอายุ 1-2 ปี) สามารถโทรนัดหมายกับอู่หรือศูนย์บริการในเครือเพื่อจองคิวซ่อมแซมได้ทันที
สรุป: เลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี ให้ตอบโจทย์เราที่สุด?
สุดท้ายแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า "ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี?" ไม่มีคำตอบที่ตายตัวสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับว่า "ปัจจัยใด" คือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดในการใช้งานรถยนต์
-
หากต้องการความชัวร์และความสบายใจสูงสุด มีอู่และพนักงานบริการครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมจ่ายเบี้ยประกันในระดับมาตรฐาน -> วิริยะประกันภัย หรือ คุ้มภัยโตเกียวมารีน คือคำตอบที่ตอบโจทย์
-
หากครอบครองรถยนต์พรีเมียม รถยุโรป หรือรถป้ายแดง ที่ต้องการงานซ่อมสีและตัวถังเนี๊ยบระดับเกรด A พร้อมบริการหลังการขายที่ประทับใจ -> กรุงเทพประกันภัย จะตอบสนองความต้องการได้ดีที่สุด
-
หากมองหาความคุ้มค่า คุ้มราคา ได้ทุนประกันสูง เพื่อคุ้มครองมูลค่าสินทรัพย์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย -> ธนชาตประกันภัย เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นมาก
-
หากมีพฤติกรรมการใช้รถเฉพาะรูปแบบ เช่น ขับน้อย จอดมากกว่าขับ หรือเป็นสุภาพสตรีที่ต้องการบริการดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ -> ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (แผนเปิด-ปิด), รู้ใจประกันภัย หรือ ทิพยประกันภัย จะช่วยประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันไปได้มหาศาล
แนวทางที่ดีที่สุดคือการนำข้อมูลของบริษัทที่สนใจมา "เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย" แบบหมัดต่อหมัด เพื่อเลือกข้อเสนอที่สมดุลที่สุดระหว่างราคาและความอุ่นใจ
และถ้าอยากให้การเปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเช็กทีละเว็บหรือนั่งไล่โทรหาตัวแทน แนะนำให้ลองใช้บริการ OOHOO ประกันรถยนต์ออนไลน์ แพลตฟอร์มที่รวบรวมแผนประกันภัยรถยนต์ชั้นนำจากหลากหลายบริษัทชื่อดังมาไว้ในที่เดียว ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบราคา ทุนประกัน และความคุ้มครองได้อย่างละเอียดภายในไม่กี่คลิก ซื้อง่าย จ่ายสะดวก พร้อมรับความคุ้มครองทันที ตอบโจทย์คนรักรถยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าและรวดเร็ว เพื่อให้ทุกการขับขี่บนท้องถนนเต็มไปด้วยความปลอดภัยและราบรื่นในทุกเส้นทาง