ประกันรถยนต์

เทคนิคซื้อประกันรถยนต์ราคาถูก ผ่อน 0% และส่วนลดประวัติดี

OOHOO Team27 ก.ค. 2026ใช้เวลาอ่าน อ่าน 33 นาที
เทคนิคซื้อประกันรถยนต์ราคาถูก ผ่อน 0% และส่วนลดประวัติดี

เทคนิคซื้อประกันรถยนต์ราคาถูก ผ่อน 0% และเทคนิคคว้าส่วนลดประวัติดีที่คนมีรถต้องรู้

       สำหรับคนมีรถยนต์ สิ่งหนึ่งที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกปีและแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ "ค่าประกันรถยนต์" โดยเฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด แต่ก็ตามมาด้วยราคาเบี้ยประกันที่สูงที่สุดด้วยเช่นกัน หลายคนมองว่าประกันรถยนต์เป็นรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยตราบใดที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่ในความเป็นจริง อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมีประกันภัยไว้จึงเป็นเหมือนตาข่ายรองรับความเสี่ยงที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

       คำถามคือ เราจะทำอย่างไรให้ได้ความคุ้มครองที่อุ่นใจเท่าเดิม แต่จ่ายเงินน้อยลง?

       บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกเทคนิค คัดเน้นๆ ทุกซอกมุมของเงื่อนไขประกันภัยรถยนต์ที่จะช่วยให้เซฟเงินในกระเป๋า ตั้งแต่การเลือกแผน การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขส่วนตัว ไปจนถึงการเลือกช่องทางการชำระเงินแบบผ่อน 0% และการรักษาผลประโยชน์ระยะยาวอย่างส่วนลดประวัติดี เพื่อให้ได้ประกันรถยนต์ราคาถูกที่คุ้มค่าที่สุด

1. ทำความเข้าใจโครงสร้างเบี้ยประกันภัย เงินที่เราจ่ายไป...คำนวณจากอะไรบ้าง?

       ก่อนจะไปดูเทคนิคการลดราคา เราต้องเข้าใจก่อนว่าบริษัทประกันภัยรถยนต์เขาคิดเงินจากอะไร ทำไมรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่ละคนถึงจ่ายค่าเบี้ยไม่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้วปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาเบี้ยประกันรถยนต์ มีดังนี้

  • ประเภทของรถยนต์และรุ่นรถ: รถกลุ่มเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ รถหรู หรือรถนำเข้า มักจะมีค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถเก๋งขนาดเล็ก (Eco Car) เนื่องจากราคาอะไหล่และค่าแรงในการซ่อมแซมสูงกว่า
  • อายุและประสบการณ์ของผู้ขับขี่: สถิติต่างๆ บ่งชี้ว่าผู้ขับขี่ที่อายุน้อย (โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น) มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ที่มีครอบครัวหรือมีประสบการณ์ขับขี่มานาน บริษัทประกันจึงคิดเบี้ยประกันกลุ่มวัยรุ่นสูงกว่า
  • ประวัติการขับขี่: หากมีประวัติการเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง เป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุ เบี้ยประกันในปีต่อๆ ไปก็จะสูงขึ้น ในทางกลับกันหากขับรถดี ไม่มีเคลม เบี้ยก็จะมีส่วนลด
  • มูลค่าทรัพย์สินหรือทุนประกัน: ยิ่งตั้งทุนประกันไว้สูง (ในกรณีรถหายหรือไฟไหม้แล้วบริษัทต้องจ่ายเต็มจำนวน) เบี้ยประกันก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
  • พื้นที่ในการใช้งานรถยนต์: รถที่ใช้งานในจังหวัดใหญ่ที่มีสถิติอุบัติเหตุหรือโจรกรรมสูง เช่น กรุงเทพมหานคร อาจมีอัตราเบี้ยประกันที่แตกต่างจากรถที่ใช้งานในพื้นที่จังหวัดที่สงบเงียบกว่า

      เมื่อเรารู้แล้วว่าปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการคำนวณเบี้ยประกัน เราก็จะสามารถนำจุดเหล่านี้มาปรับใช้เพื่อขอลดค่าเบี้ยประกันลงได้ในหัวข้อถัดไป

2. เทคนิคระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver) ลดเบี้ยได้สูงสุดถึง 20%

       วิธีที่ง่ายและได้ผลทันทีสำหรับรถยนต์ที่มีคนขับประจำอยู่ไม่เกิน 2 คน คือ "การทำประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่"

       โดยปกติแล้ว ประกันรถยนต์ทั่วไปจะเป็นแบบ "ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่" ซึ่งหมายความว่าใครก็ตามที่นำรถคันนี้ไปขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันก็จะให้ความคุ้มครองตามปกติ แต่การเปิดกว้างแบบนี้ทำให้บริษัทประกันต้องรับความเสี่ยงสูง เบี้ยประกันจึงแพงกว่า

       หากรถยนต์คันนั้นเป็นรถส่วนตัวที่คุณขับไปทำงานคนเดียว หรือมีเพียงคุณกับแฟนสลับกันขับ การแจ้งระบุชื่อผู้ขับขี่ลงไปในกรมธรรม์ (ระบุได้สูงสุด 2 คน) จะช่วยให้บริษัทประกันยอมลดราคาเบี้ยประกันให้ โดยสัดส่วนการลดราคาจะขึ้นอยู่กับ "อายุของผู้ขับขี่ที่อ่อนที่สุด" ที่ระบุไว้ในรายชื่อตามเกณฑ์ดังนี้

  • อายุ 50 ปีขึ้นไป: ได้รับส่วนลดเบี้ยประกันสูงถึง 20%
  • อายุ 36 - 50 ปี: ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน 15%
  • อายุ 25 - 35 ปี: ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน 10%
  • อายุ 18 - 24 ปี: ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน 5%

       ข้อควรระวังสำคัญมาก: การระบุชื่อผู้ขับขี่ช่วยลดราคาได้ดีก็จริง แต่ถ้าวันหนึ่งคุณยอมให้คนอื่นที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์ (เช่น เพื่อน, ญาติ) ยืมรถไปขับ แล้วคนๆ นั้นดันขับไปชนหรือเกิดอุบัติเหตุโดยเป็นฝ่ายผิด คุณจะต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกตามกฎหมาย (ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาทสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี และอีกส่วนสำหรับความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของคุณเอง) ดังนั้น วิธีนี้จึงเหมาะที่สุดกับคนที่มั่นใจจริงๆ ว่ารถคันนี้ไม่มีใครอื่นมาขับแน่นอน

3. เลือกค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นส่วนลด

       อีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงพลังในการทำประกันรถยนต์ราคาถูกคือการเลือก "ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ" (Deductible)

ต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อนว่า ค่าเสียหายส่วนแรกมี 2 ประเภท คือ

  1. Excess ซึ่งเป็นค่าปรับตามกฎหมายเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี หรือระบุคู่กรณีไม่ได้ (เช่น ก้อนหินดีดใส่, ถอยชนเสาโดยจำเวลาไม่ได้) ปกติครั้งละ 1,000 บาท
  2. Deductible คือค่าเสียหายส่วนแรกที่เรา "สมัครใจ" ยอมจ่ายเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชน โดยเราเป็นฝ่ายผิด หรือเป็นอุบัติเหตุแบบหาคนผิดไม่ได้

       การเลือกใส่ค่า Deductible ลงไปในกรมธรรม์ หมายความว่าคุณกำลังตกลงกับบริษัทประกันว่า "ถ้าฉันขับรถไปชนคนอื่นแล้วฉันเป็นฝ่ายผิด ในความเสียหายก้อนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองนะ ส่วนที่เกินจากนั้นบริษัทค่อยจ่าย"

       เมื่อคุณยอมรับความเสี่ยงตรงนี้ บริษัทประกันก็จะลดค่าเบี้ยประกันรายปีให้คุณทันทีแบบบาทต่อบาท เช่น

  • หากคุณเลือกค่าเสียหายส่วนแรกไว้ที่ 3,000 บาท เบี้ยประกันรายปีของคุณก็จะถูกหักลดลงไปประมาณ 3,000 บาทเช่นกัน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละบริษัท)
  • บางแห่งหากเลือก Deductible ที่ 5,000 บาท อาจลดเบี้ยประกันลงไปได้ถึง 4,000 - 5,000 บาทเลยทีเดียว

วิธีนี้เหมาะกับใคร?

       เหมาะกับผู้ขับขี่ที่มีความเชี่ยวชาญ ขับรถมานาน มั่นใจในฝีมือการขับขี่ของตัวเอง ขับรถระมัดระวังเป็นพิเศษ และในรอบหลายปีที่ผ่านมาแทบไม่เคยชนใครเลย การเลือกยอมรับค่าเสียหายส่วนแรกจะทำให้คุณได้เบี้ยประกันที่ถูกลงอย่างมากในแต่ละปี แต่ถ้าโชคร้ายปีนั้นเกิดพลาดชนขึ้นมาจริงๆ คุณก็แค่เตรียมเงินก้อนนั้นไว้จ่ายตอนนำรถเข้าซ่อม ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วส่วนใหญ่ก็ยังคุ้มค่ากว่าการจ่ายเบี้ยประกันราคาเต็มทุกปีโดยไม่ได้เคลมอะไรเลย

4. รักษาประวัติการขับขี่ เพื่อรับส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus NCB) สูงสุด 50%

       นี่คือวิธีลดราคาประกันภัยรถยนต์ในระยะยาวที่ยั่งยืนและคุ้มค่าที่สุด ระบบประกันภัยในประเทศไทยมีกลไกที่เรียกว่า "ส่วนลดประวัติดี" (No Claim Bonus หรือ NCB) เพื่อเป็นรางวัลให้กับผู้ขับขี่ที่รักษาวินัยจราจรและขับรถอย่างปลอดภัย

       หากในรอบปีกรมธรรม์ที่ผ่านมา รถของคุณไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย หรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแต่คุณเป็น "ฝ่ายถูก" (มีคู่กรณีและบริษัทประกันสามารถไปไล่เบี้ยเก็บเงินจากคู่กรณีได้) เมื่อคุณทำการต่ออายุประกันภัยกับบริษัทเดิมในปีถัดไป คุณจะได้ลดราคาเบี้ยประกันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นขั้นบันไดดังนี้

       ลองคิดภาพตามว่า หากเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 ของคุณเริ่มต้นที่ 20,000 บาท ถ้าคุณขับรถดีต่อเนื่องกัน 4 ปีโดยไม่เคยเป็นฝ่ายชนใครเลย พอปีที่ 5 เบี้ยประกันของคุณอาจจะลดลงเหลือเพียงแค่ 10,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ถูกลงไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

เทคนิคการรักษาประวัติดี: เคลมเล็กเคลมน้อย...ซ่อมเองอาจคุ้มกว่า?

       หลายคนพอรถมีรอยครูดเล็กน้อย รอยหินดีด หรือถอยชนกระถางต้นไม้ที่บ้านนิดหน่อย ก็รีบโทรเรียกประกันมาเคลมแห้งทันที การทำแบบนั้นสะใจในตอนแรกเพราะคิดว่าจ่ายเงินค่าประกันไปแล้วต้องใช้ให้คุ้ม แต่ในความเป็นจริง การเคลมเล็กๆ น้อยๆ แบบที่เราเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี จะทำให้เรา "เสียสิทธิ์ส่วนลดประวัติดี" ในปีถัดไปทันที หรือหากเดิมทีมีส่วนลดสะสมอยู่ ส่วนลดนั้นก็จะถูกลดทอนลงไป

       ดังนั้น เทคนิคคือ หากแผลบาดเจ็บของรถเป็นแค่รอยถลอกเล็กๆ รอยขีดข่วนที่อู่สีแถวบ้านสามารถขัดเคลือบหรือแต้มสีให้ได้ในราคาหลักร้อยหรือพันต้นๆ การเลือกจ่ายเงินซ่อมเองเพื่อรักษาประวัติกรมธรรม์ให้ใสสะอาด มักจะคุ้มค่ากว่าการยอมเสียส่วนลดประวัติดีที่มีมูลค่าหลายพันบาทในปีถัดไป

5. การปรับปรุงเงื่อนไขอื่นๆ ในกรมธรรม์ที่ช่วยลดเบี้ยได้อีก

       นอกจากเทคนิคหลักๆ ด้านบนแล้ว ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในตัวสัญญาประกันภัยที่เราสามารถปรับแต่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายลงได้อีก ดังนี้

เลือกซ่อมอู่ (อู่ในเครือ) แทนการซ่อมห้าง (ซ่อมศูนย์)

       การเลือกประเภทการซ่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาเบี้ยประกันต่างกันอย่างเห็นได้ชัด การซ่อมห้างหรือซ่อมศูนย์บริการรถยนต์จะได้รับการดูแลด้วยอะไหล่แท้ใหม่เอี่ยมและมาตรฐานโรงงาน แต่ก็แลกมาด้วยเบี้ยประกันที่แพงกว่าการเลือก "ซ่อมอู่ทั่วไป" ประมาณ 10% - 30%

       ในปัจจุบัน อู่ซ่อมรถยนต์ในเครือของบริษัทประกันภัยใหญ่ๆ มีการพัฒนามาตรฐานขึ้นมาสูงมาก มีการรับประกันงานซ่อม มีเครื่องมือที่ทันสมัยไม่แพ้ศูนย์บริการ หากรถยนต์ของคุณเริ่มมีอายุเกิน 3 - 5 ปีขึ้นไป ซึ่งหมดระยะประกันคุณภาพจากโรงงานแล้ว การเปลี่ยนจากแผนซ่อมห้างมาเป็นซ่อมอู่จะช่วยประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันไปได้หลายพันบาทเลยทีเดียว

ตรวจสอบและปรับลดทุนประกันให้เหมาะสม

       ทุนประกันภัยรถยนต์ (มูลค่าที่บริษัทประกันจะจ่ายให้หากรถถูกโจรกรรมหรือเสียหายสิ้นเชิงจนซ่อมไม่ได้) จะลดลงประมาณ 10% ทุกปีตามเสื่อมสภาพของราคากลางรถยนต์ในตลาด

       บางครั้งเมื่อถึงเวลาต่ออายุประกันภัย โบรกเกอร์หรือบริษัทประกันอาจเสนอทุนประกันที่สูงเกินจริง ซึ่งทำให้เบี้ยประกันแพงตามไปด้วย คุณควรตรวจสอบราคากลางของรถยนต์ของคุณในตลาดรถมือสอง ณ เวลานั้น แล้วปรับทุนประกันให้อยู่ในระดับ 80% - 90% ของราคากลาง ไม่จำเป็นต้องตั้งทุนประกันสูงเกินไปเพราะหากเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ บริษัทประกันก็จ่ายค่าชดเชยตามมูลค่าจริง ณ วันที่เกิดเหตุอยู่ดี การตั้งทุนประกันสูงเกินไปจึงเป็นการเสียเบี้ยประกันไปโดยเปล่าประโยชน์

ติดตั้งกล้องหน้ารถ (Dashcam) ได้ส่วนลดตามกฎหมาย

       นี่คือสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดไว้ชัดเจน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีคำสั่งให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งต้องมอบ ส่วนลดเบี้ยประกันภัย 5% - 10% ให้กับรถยนต์ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้ารถยนต์

       ตอนที่ส่งเอกสารทำประกัน เพียงแค่ถ่ายรูปหน้ารถให้เห็นว่ามีการติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์อย่างชัดเจนและใช้งานได้จริง คุณก็จะได้รับส่วนลดนี้ทันที นอกจากจะช่วยลดค่าเบี้ยแล้ว กล้องหน้ารถยังเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ช่วยให้คุณรักษาประวัติดีไว้ได้อีกด้วย

6. เทคนิคการเลือกโบรคเกอร์ประกันภัยที่มีโปรโมชันผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน

       แม้จะหักส่วนลดต่างๆ ออกไปแล้ว แต่การจ่ายเงินก้อนหลักหมื่นบาทในคราวเดียวก็ยังเป็นภาระที่หนักหนาสำหรับสภาพคล่องทางการเงินของหลายๆ คน ปัจจุบันการเลือกซื้อประกันรถยนต์ผ่าน "โบรคเกอร์ประกันภัย" (Insurance Broker) หรือตัวแทนรายใหญ่ จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะโบรคเกอร์เหล่านี้มักจะมีอำนาจในการต่อรองกับบริษัทประกันหลายๆ แห่ง ทำให้ได้ราคาพิเศษ และที่สำคัญคือมี "โปรโมชันผ่อนชำระ" ที่ยืดหยุ่น

ผ่อน 0% ด้วยบัตรเครดิต vs ผ่อนเงินสด 0%

       โบรคเกอร์ประกันภัยชั้นนำในปัจจุบันมักจะมีพันธมิตรร่วมกับธนาคารและสถาบันการเงิน ทำให้มีโปรโมชันผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน, 6 เดือน หรือสูงสุดถึง 10 เดือนเต็ม ซึ่งการผ่อนชำระแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ

  1. ผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต: วิธีนี้สะดวกรวดเร็วที่สุด ระบบจะทำการกันวงเงินเต็มจำนวนในบัตรเครดิตของคุณไว้ จากนั้นคุณก็จ่ายคืนให้ธนาคารเป็นรายเดือนตามงวด ข้อดีคือคุณยังได้รับคะแนนสะสมหรือเครดิตเงินคืน (Cashback) ตามโปรโมชันของบัตรเครดิตนั้นๆ ด้วย และความคุ้มครองของประกันจะเริ่มต้นทันที

  2. ผ่อนเงินสด 0% (ไม่ใช้บัตรเครดิต): โบรคเกอร์หลายแห่งเข้าใจดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีบัตรเครดิต หรือบางคนอาจจะไม่อยากให้วงเงินในบัตรเต็ม จึงมีบริการให้ผ่อนชำระด้วยเงินสด โอนจ่ายเป็นรายเดือนเท่าๆ กันโดยไม่มีดอกเบี้ย ความคุ้มครองจะเริ่มทำงานตั้งแต่งวดแรกที่จ่าย (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโบรคเกอร์ บางแห่งอาจคุ้มครองทันที บางแห่งอาจคุ้มครองเต็มรูปแบบเมื่อจ่ายครบจำนวนงวดที่กำหนด)

วิธีเลือกโบรคเกอร์ให้คุ้มและปลอดภัย

  • เปรียบเทียบราคาได้หลากหลายบริษัทพร้อมกัน: โบรคเกอร์ที่ดีควรมีระบบหน้าเว็บไซต์ที่สามารถคีย์ข้อมูลรถแล้วแสดงราคาเปรียบเทียบของบริษัทประกันภัยชั้นนำ 5 - 10 บริษัทได้ทันที เพื่อให้เราเห็นข้อแตกต่างของราคาและทุนประกันได้อย่างชัดเจน

  • มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance): โบรคเกอร์รายใหญ่มักจะมีของแถมเป็นบริการเสริมฟรี เช่น รถยกบริการ 24 ชั่วโมง, บริการพ่วงแบตเตอรี่, หรือเติมน้ำมันฉุกเฉิน ซึ่งหากไปซื้อแยกเองจะมีราคาแพง การได้แถมมากับประกันจึงคุ้มค่ามาก

  • ความน่าเชื่อถือและใบอนุญาต: ต้องเลือกโบรคเกอร์ที่มีชื่อเสียง มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยจาก คปภ. ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาการโอนเงินไปแล้วไม่ได้รับกรมธรรม์ หรือโบรคเกอร์เชิดเงินหนี

วางแผนซื้อประกันรถยนต์อย่างไรให้กระเป๋าไม่ฉีก

       การได้ ประกันรถยนต์ราคาถูก ที่แท้จริง ไม่ใช่เรื่องของการมองหาแผนประกันที่ตัดลดความคุ้มครองจนไม่เหลืออะไรเลย แต่เป็นเรื่องของการ "ฉลาดเลือกและใช้สิทธิ์" ที่เรามีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

       เพียงแค่เริ่มต้นด้วยการขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อสะสมส่วนลดประวัติดี ติดกล้องหน้ารถเพื่อรับส่วนลดเพิ่ม แจ้งระบุชื่อผู้ขับขี่เมื่อใช้งานรถคนเดียว และเลือกใส่ค่าเสียหายส่วนแรกตามความเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเลือกช่องทางชำระเงินที่คุ้มค่าอย่างโปรโมชันผ่อน 0% เพื่อช่วยกระจายภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน เท่านี้คุณก็จะได้ครอบครองกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองดีเยี่ยม ปลอดภัย และอุ่นใจในทุกเส้นทาง โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้กระทบกับสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน

       สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ที่ง่าย สะดวก และตอบโจทย์ทุกเทคนิคประหยัดเงินที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ OOHOO ประกันรถยนต์ออนไลน์ คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ

       ที่ OOHOO คุณสามารถเข้ามาเช็กเบี้ย เปรียบเทียบแผนประกันภัยจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง เทียบราคาจากบริษัทชั้นนำได้ในที่เดียว แถมยังมีโปรโมชันผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน เลือกผ่อนได้ทั้งบัตรเครดิตหรือเงินสดแบบไม่ต้องง้อบัตร ซื้อง่าย จ่ายสะดวก คุ้มครองทันทีผ่านระบบออนไลน์โดยไม่ต้องมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก อยากได้ประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าที่สุดในราคาที่สบายกระเป๋าที่สุด ให้ OOHOO ช่วยดูแลรถและเงินในกระเป๋าของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ทุกทริปการเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและความปลอดภัยอย่างแท้จริง

แชร์บทความนี้:
OOHOO Verified Educational Content

เช็คเบี้ยประกันภัยออนไลน์ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองทันที ผ่อนสด/บัตรเครดิต 0% นานสูงสุด 10 เดือน

เปรียบเทียบเบี้ยเลย