ประกันรถยนต์

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ยังไง? เบี้ยคิดจากอะไรบ้าง

OOHOO Team · 15 Sep 2026 · 12 min read

ASN Broker, non-life insurance broker licence ว00027/2548

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ยังไง? เบี้ยคิดจากอะไรบ้าง

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ยังไง ตอบสั้น ๆ คือ กรอกยี่ห้อ รุ่น รุ่นย่อย และปีจดทะเบียนรถที่หน้าเช็คเบี้ยของ OOHOO.io แล้วระบบจะแสดงเบี้ยจากหลายบริษัทเทียบกันในหน้าเดียวภายในไม่กี่นาที ไม่ต้องใช้เอกสารตัวจริง และไม่มีค่าใช้จ่าย ตัวเลขที่ได้ไม่ใช่ราคาตายตัว เพราะเบี้ยคิดจากรุ่นและปีรถ ชั้นประกัน ทุนประกัน ประเภทซ่อม ประวัติการเคลม และส่วนลดที่คุณมีสิทธิ์

บทความนี้พาเช็คทีละขั้นที่หน้าเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ อธิบายว่าตัวเลขมาจากไหน และทำไมแต่ละบริษัทให้เบี้ยไม่เท่ากัน เพื่อให้คุณตัดสินใจเองได้โดยไม่ต้องเดา

เช็คเบี้ยประกันรถออนไลน์ 3 ขั้นตอน

ทั้งสามขั้นทำได้เองบนมือถือ ใช้เวลาไม่กี่นาที และยังไม่ต้องตัดสินใจซื้อในขั้นไหนเลย

  1. กรอกข้อมูลรถครั้งเดียว — ยี่ห้อ รุ่น รุ่นย่อย ปีจดทะเบียน และประเภทการใช้งาน (เช็กลิสต์เต็มอยู่หัวข้อ "ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง" ด้านล่าง) ขั้นนี้ยังไม่ต้องใช้เล่มทะเบียนหรือเอกสารตัวจริง

  2. เทียบแผนจากหลายบริษัทในหน้าเดียว — ระบบแสดงแผนแยกตามชั้นประกัน พร้อมทุนประกัน ประเภทซ่อม (อู่/ห้าง) ค่าเสียหายส่วนแรก และเบี้ยสุทธิ บนเงื่อนไขเดียวกัน จึงเทียบกันได้จริง ไม่ใช่เทียบตัวเลขเบี้ยลอย ๆ

  3. เลือกแผนที่ตรงกับการใช้รถ แล้วจะซื้อเลยหรือยังไม่ซื้อก็ได้ — ซื้อออนไลน์ได้ทันที ชำระเงินแล้วรับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ หลายแผนผ่อนเงินสด 0% ได้สูงสุด 10 เดือน (จำนวนงวดขึ้นอยู่กับแผนและบริษัทประกัน) หรือถ้าอยากให้คนช่วยไล่เงื่อนไขก่อน ทิ้งข้อมูลไว้ ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาที

เริ่มเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ของคุณตอนนี้

ก่อนกดเช็ค ควรรู้ว่าตัวเลขที่จะเห็นมาจากอะไร — เพราะเบี้ยของรถคุณกับรถเพื่อนที่รุ่นเดียวกันอาจไม่เท่ากัน และนั่นเป็นเรื่องปกติ

เบี้ยประกันรถยนต์คิดยังไง? เข้าใจหลักก่อนเช็ค

ประกันรถยนต์ในไทยมี 2 ส่วนที่คิดราคาคนละแบบ:

  • พ.ร.บ. (ภาคบังคับ) — เบี้ยกำหนดตายตัวตามกฎหมาย เช่น รถเก๋งส่วนบุคคลอยู่ที่ 645.21 บาท/ปี เท่ากันทุกบริษัท ไม่ต้องเปรียบเทียบ

  • ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+ ฯลฯ) — เบี้ยไม่ตายตัว แต่ละบริษัทประเมิน "ความเสี่ยง" ของรถและผู้ขับขี่แต่ละราย แล้วตั้งเบี้ยตามนั้น ภายใต้กรอบที่สำนักงาน คปภ. กำกับดูแล

คำว่าประเมินความเสี่ยง แปลว่าบริษัทดูข้อมูลอย่างสถิติการเคลมของรถรุ่นนั้น ราคาอะไหล่และค่าซ่อม โปรไฟล์ผู้ขับขี่ และขอบเขตความคุ้มครองที่คุณเลือก ผลที่ตามมาคือ 2 เรื่องที่หลายคนเพิ่งรู้ตอนเช็คจริง:

  1. รถรุ่นเดียวกัน เบี้ยต่างกันได้ — เพราะเงื่อนไขของเจ้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

  2. "เบี้ยเริ่มต้น" ที่เห็นในสื่อ คือราคาของเงื่อนไขชุดหนึ่งเท่านั้น — ไม่ใช่เบี้ยของรถคุณ จนกว่าจะกรอกข้อมูลรถตัวเองแล้วเช็คดู

ปัจจัยที่มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์

ตารางนี้สรุปปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยแต่ละคันไม่เท่ากัน:

ปัจจัยตัวอย่างผลต่อเบี้ยโดยทั่วไป
รุ่นและยี่ห้อรถราคาอะไหล่ ค่าซ่อม สถิติเคลมของรุ่นรุ่นที่อะไหล่ราคาสูงหรือสถิติเคลมสูง เบี้ยสูงขึ้น
อายุรถรถใหม่ vs รถใช้งานมาหลายปีมูลค่ารถเปลี่ยน ทุนประกันและเบี้ยเปลี่ยนตาม
ชั้นประกันชั้น 1 / 2+ / 3+ความคุ้มครองกว้างขึ้น เบี้ยสูงขึ้น
ทุนประกันวงเงินชดใช้กรณีเสียหายสิ้นเชิง/รถหายทุนสูงขึ้น เบี้ยสูงขึ้น
ประเภทการซ่อมซ่อมอู่ / ซ่อมห้างแผนซ่อมห้างเบี้ยสูงกว่าแผนซ่อมอู่
ค่าเสียหายส่วนแรกจำนวนเงินที่ตกลงจ่ายเองต่อการเคลมหนึ่งครั้งกำหนดไว้สูงขึ้น เบี้ยรายปีลดลง
ผู้ขับขี่อายุ การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ระบุผู้ขับขี่ช่วยลดเบี้ยได้ตามเงื่อนไขแต่ละบริษัท
ประวัติการเคลมจำนวนปีที่ไม่มีเคลมต่อเนื่องส่วนลดประวัติดีตามหลักเกณฑ์ ตั้งแต่ 20% ถึง 50%

ปัจจัยด้านตัวรถ

รถแต่ละรุ่นมี "ต้นทุนความเสี่ยง" ในสายตาบริษัทประกันไม่เท่ากัน — รุ่นที่อะไหล่ราคาสูง ศูนย์ซ่อมน้อย หรือมีสถิติการเคลม/รถหายสูง เบี้ยจะสูงตาม ส่วนอายุรถมีผลสองทาง: รถใหม่มูลค่าสูงทำให้ทุนประกันและเบี้ยสูง แต่รถอายุมากบางรุ่นก็อาจเจอเงื่อนไขการรับประกันที่จำกัดกว่า เช่น บางบริษัทรับเฉพาะแผนซ่อมอู่ จุดนี้คุณเปลี่ยนอะไรไม่ได้ แต่รู้ไว้จะได้ไม่แปลกใจว่าทำไมเบี้ยรถเราไม่เท่ากับรถเพื่อน

ปัจจัยด้านผู้ขับขี่และประวัติการเคลม

ฝั่งคนขับคือส่วนที่หลายคนมองข้ามทั้งที่ลดเบี้ยได้จริง:

  • ระบุชื่อผู้ขับขี่ — กรมธรรม์ที่ระบุชื่อผู้ขับขี่ (ไม่เกิน 2 คน) มักได้เบี้ยต่ำกว่าแบบไม่ระบุผู้ขับขี่ เพราะบริษัทประเมินความเสี่ยงได้แม่นขึ้น เหมาะกับรถที่มีคนขับประจำชัดเจน

  • ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus) — ถ้าไม่มีการเคลมที่เป็นฝ่ายผิดต่อเนื่องหลายปี จะได้ส่วนลดเบี้ยปีต่ออายุตามหลักเกณฑ์ ตั้งแต่ 20% ไปจนถึง 50% ตามจำนวนปีที่ประวัติดีต่อเนื่อง (เงื่อนไขการให้ส่วนลดเป็นไปตามที่แต่ละบริษัทกำหนด) — นี่คือเหตุผลว่าทำไมตอนเช็คเบี้ยควรกรอกประวัติการเคลมตามจริง เพราะส่วนลดก้อนนี้มีผลต่อเบี้ยมาก

ปัจจัยด้านแผนความคุ้มครองที่คุณเลือก

กลุ่มสุดท้ายคือส่วนที่คุณควบคุมได้เต็มที่: ชั้นประกัน ทุนประกัน ประเภทการซ่อม และค่าเสียหายส่วนแรก การขยับตัวแปรเหล่านี้เปลี่ยนเบี้ยได้เป็นหลักพันบาทต่อปี

ตัวอย่างเบี้ยจริง (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026): แผนชั้น 1 จากไทยไพบูลย์ ที่กำหนดทุนประกัน 100,000 บาท (วงเงินชดใช้กรณีรถเสียหายสิ้นเชิงหรือรถหาย) พร้อมค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาทต่อการเคลมหนึ่งครั้ง (ส่วนที่ผู้เอาประกันตกลงจ่ายเองแลกกับเบี้ยที่ลดลง) มีเบี้ยสุทธิหลังส่วนลดประมาณ 6,450 บาท/ปี — ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการเลือกทุนประกันและค่าเสียหายส่วนแรกอย่างตั้งใจ เปลี่ยนระดับเบี้ยของแผนชั้น 1 ได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างเบี้ยเป็นเพียงประมาณการ เบี้ยจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ อายุรถ ทุนประกัน ประวัติผู้ขับขี่ และเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท ข้อเสนอและส่วนลดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรทำชั้นไหน หรือชั้น 1 แบบไหนตรงกับการใช้รถของคุณ อ่านต่อได้ที่วิธีเลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วย 5 เกณฑ์ — บทความนั้นลงลึกเรื่องการเลือกแผน ส่วนบทความนี้โฟกัสที่การเช็คและเทียบเบี้ย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง

การเช็คเบี้ยออนไลน์ใช้ข้อมูลพื้นฐานไม่กี่อย่าง เตรียมไว้ก่อนจะกรอกจบได้ในไม่กี่นาที:

  • ยี่ห้อ รุ่น และรุ่นย่อยของรถ — รุ่นย่อยมีผลต่อเบี้ย เพราะราคารถและอะไหล่ต่างกัน

  • ปีจดทะเบียน — ใช้ประเมินมูลค่ารถและทุนประกัน

  • ประเภทการใช้งาน — ใช้ส่วนบุคคลหรือใช้เชิงพาณิชย์ เบี้ยต่างกัน

  • ข้อมูลผู้ขับขี่หลัก — อายุและปีเกิด ถ้าต้องการเบี้ยแบบระบุผู้ขับขี่

  • ประวัติการเคลมปีที่ผ่านมา — กรอกตามจริง เพื่อให้ส่วนลดประวัติดีคำนวณถูกต้อง

  • ความต้องการของคุณ — ชั้นประกันที่เล็งไว้ ประเภทการซ่อม (อู่/ห้าง) และงบต่อปีหรือต่อเดือน

ข้อมูลชุดนี้เพียงพอสำหรับการเช็คเบี้ยเบื้องต้น ยังไม่ต้องใช้เอกสารตัวจริงใด ๆ — เอกสารจะใช้ตอนตกลงทำประกันแล้ว

อ่านใบเสนอราคายังไงให้เทียบกันเป็น

จุดที่ทำให้หลายคนเทียบเบี้ยพลาด คือการดูตัวเลขเบี้ยอย่างเดียวโดยไม่ดูเงื่อนไขที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขนั้น เวลาได้ใบเสนอราคาหลายใบ ให้ไล่เช็ค 5 จุดนี้ทุกครั้ง:

  1. เทียบชั้นเดียวกัน ประเภทซ่อมเดียวกันเท่านั้น — ชั้น 1 ซ่อมห้าง กับชั้น 1 ซ่อมอู่ คือคนละสินค้า เทียบข้ามกันแล้วสรุปว่าใครแพงกว่าไม่ได้

  2. ดูทุนประกันก่อนดูเบี้ย — เบี้ยที่ต่ำกว่าของบางแผนมาจากทุนประกันที่ต่ำกว่า ให้เทียบแผนที่ทุนใกล้เคียงกันเสมอ

  3. เช็คค่าเสียหายส่วนแรก — แผนที่มีค่าเสียหายส่วนแรกจะมีเบี้ยต่ำกว่าแผนแบบไม่มีของบริษัทเดียวกัน ต้องดูว่าตัวเลขที่คุณต้องจ่ายเองต่อครั้งคือเท่าไหร่ และรับได้ไหม

  4. ไล่ความคุ้มครองปลีกย่อย — น้ำท่วม รถหาย ไฟไหม้ วงเงินค่ารักษาพยาบาล และเงื่อนไขที่เขียนไว้ในข้อยกเว้น แผนที่เบี้ยใกล้กันอาจต่างกันตรงนี้

  5. ดูเบี้ยสุทธิหลังส่วนลด และภาระต่อเดือนถ้าผ่อน — ใบเสนอบางใบแสดงเบี้ยก่อนส่วนลด บางใบแสดงเบี้ยสุทธิ ต้องเทียบตัวเลขประเภทเดียวกัน และหลายแผนผ่อนเงินสด 0% ได้สูงสุด 10 เดือนโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต (จำนวนงวดขึ้นอยู่กับแผนและบริษัทประกัน — เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) การมองเป็นภาระต่อเดือนช่วยให้เลือกแผนที่ความคุ้มครองครบโดยไม่กระทบสภาพคล่อง

ทำไมเช็คราคาประกันรถยนต์แล้วแต่ละบริษัทให้เบี้ยไม่เท่ากัน

รถคันเดียวกัน ชั้นเดียวกัน ส่งข้อมูลชุดเดียวกันไปหลายบริษัท ก็ยังได้เบี้ยกลับมาคนละตัวเลข เพราะแต่ละบริษัทประเมินความเสี่ยงและออกแบบแผนด้วยข้อมูลของตัวเอง ภายใต้กรอบที่สำนักงาน คปภ. กำกับดูแล ความต่างหลัก ๆ มาจาก 4 จุด

  • สถิติเคลมของรุ่นรถในมือแต่ละบริษัท — บริษัทที่รับประกันรถรุ่นนี้มามากและเคลมน้อย จะมองรุ่นนี้เสี่ยงต่ำกว่าบริษัทที่มีประสบการณ์ตรงข้าม เบี้ยฐานจึงต่างกันตั้งแต่ต้น

  • เครือข่ายอู่และต้นทุนซ่อม — บริษัทที่มีอู่ในเครือรับรุ่นนี้ในราคาตกลงไว้แล้ว ตั้งเบี้ยได้ต่างจากบริษัทที่ต้องส่งซ่อมนอกเครือ ผลนี้เห็นชัดในแผนซ่อมอู่

  • กลุ่มลูกค้าที่บริษัทอยากได้ — บางบริษัทเน้นรถใหม่ บางบริษัทถนัดรถอายุ 5 ปีขึ้นไป บางบริษัทมีแผนเฉพาะรถกระบะ เบี้ยของกลุ่มที่บริษัทอยากได้มักตั้งไว้จูงใจกว่ากลุ่มอื่นของบริษัทเดียวกัน

  • โครงสร้างแผนและส่วนลด — ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก ความคุ้มครองเสริม และส่วนลดตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ไม่ได้ตั้งเหมือนกัน เบี้ยที่ต่ำกว่าของแผนหนึ่งอาจมาจากทุนที่ต่ำกว่าหรือค่าเสียหายส่วนแรกที่สูงกว่า ไม่ใช่เพราะบริษัทนั้นตั้งเบี้ยต่ำกว่าในทุกกรณี

ข้อสรุปสำหรับคนเช็คเบี้ยคือ ไม่มีบริษัทไหนให้เบี้ยต่ำกว่าบริษัทอื่นกับรถทุกคัน — บริษัท A อาจเหมาะกับรถกระบะอายุ 6 ปีของคุณ ขณะที่บริษัท B อาจให้เบี้ยต่ำกว่าสำหรับรถเก๋งป้ายแดงของเพื่อน วิธีเดียวที่จะรู้ว่าบริษัทไหนเหมาะกับรถของคุณคือกรอกข้อมูลรถแล้วดูหลายบริษัทพร้อมกันบนเงื่อนไขเดียวกัน แล้วใช้ 5 จุดในหัวข้อ "อ่านใบเสนอราคา" ด้านบนไล่เทียบ ถ้าอยากเห็นปัจจัยฝั่งผู้ขับขี่ที่ทำให้เบี้ยต่างกันแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ทำไมรถรุ่นเดียวกัน เบี้ยประกันต่างกัน? เจาะลึก 7 ปัจจัยสำคัญ

พร้อมเช็คเบี้ยของรถคุณแล้วหรือยัง?

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าเบี้ยคิดจากอะไร และต้องดูใบเสนอราคาตรงไหนบ้าง — ขั้นต่อไปคือเห็นตัวเลขจริงของรถคุณเอง เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ฟรีที่ OOHOO.io กรอกข้อมูลรถครั้งเดียว เห็นแผนจากหลายบริษัทเทียบกันในหน้าเดียว หรืออ่านบทความความรู้ประกันรถยนต์เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจก็ได้ มีข้อสงสัยระหว่างเลือกแผน ทีมงานOOHOO.ioติดต่อกลับภายใน 15 นาที


OOHOO.io — นายหน้าประกันภัยออนไลน์ โดย บมจ. เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ (ใบอนุญาต ว00027/2548) · ตัวอย่างเบี้ยเป็นเพียงประมาณการ ราคาจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท · สอบถาม/ร้องเรียนด้านประกันภัย: สายด่วน คปภ. 1186

Share this:
OOHOO Verified Educational Content

Frequently asked questions

เบี้ยประกันรถยนต์ คิดยังไง?

บริษัทประกันคำนวณเบี้ยภาคสมัครใจจากความเสี่ยงของรถและผู้ขับขี่แต่ละราย ปัจจัยหลักคือ รุ่น/อายุรถ ราคาอะไหล่ สถิติเคลมของรุ่น ชั้นประกัน ทุนประกัน ประเภทการซ่อม ค่าเสียหายส่วนแรก การระบุผู้ขับขี่ และประวัติการเคลม รถรุ่นเดียวกันจึงมีเบี้ยไม่เท่ากันได้ ส่วน พ.ร.บ. เป็นเบี้ยตายตัวตามกฎหมาย ไม่ขึ้นกับปัจจัยเหล่านี้

เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ ฟรีไหม?

ฟรี — การเช็คและเปรียบเทียบเบี้ยที่ OOHOO.io ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด กรอกข้อมูลรถแล้วดูเบี้ยจากหลายบริษัทได้เลย จะซื้อหรือยังไม่ซื้อในรอบนั้นก็ได้ และเก็บตัวเลขไว้เทียบกับใบเสนอราคาอื่นได้

เช็คเบี้ยประกันรถ ใช้เวลานานไหม ต้องรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับก่อนหรือเปล่า?

ไม่ต้องรอ — กรอกข้อมูลรถที่หน้าเช็คเบี้ยของ OOHOO.io แล้วระบบแสดงแผนจากหลายบริษัทให้เทียบทันทีในหน้าเดียว ทั้งหมดใช้เวลาไม่กี่นาที ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาทีเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากให้ช่วยไล่เงื่อนไขก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับ

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ใช้ทะเบียนรถไหม?

ใช้ข้อมูลพื้นฐานของรถ (ยี่ห้อ รุ่น รุ่นย่อย ปีจดทะเบียน) ประเภทการใช้งาน ข้อมูลผู้ขับขี่หลัก และประวัติการเคลม ขั้นเช็คเบี้ยยังไม่ต้องใช้เลขทะเบียนหรือเอกสารตัวจริง ข้อมูลตามเล่มทะเบียนจะใช้ตอนตกลงทำกรมธรรม์

ทำไมรถรุ่นเดียวกัน เบี้ยประกันไม่เท่ากัน?

เพราะเบี้ยไม่ได้คิดจากตัวรถอย่างเดียว แต่รวมเงื่อนไขของเจ้าของแต่ละคนด้วย เช่น ทุนประกันที่เลือก ประเภทการซ่อม ค่าเสียหายส่วนแรก การระบุผู้ขับขี่ และส่วนลดประวัติดีที่สะสมมาไม่เท่ากัน สองคนที่ขับรถรุ่นเดียวกันจึงได้ใบเสนอราคาคนละตัวเลขได้เป็นเรื่องปกติ

เช็คเบี้ยออนไลน์แล้ว ต้องซื้อทันทีไหม?

ไม่ต้อง — การเช็คเบี้ยที่ OOHOO.io ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัด คุณเก็บตัวเลขไว้เทียบกับใบเสนอราคาอื่นได้ หรือให้ทีมงานติดต่อกลับเพื่อช่วยไล่เงื่อนไขก่อนตัดสินใจก็ได้

เบี้ยที่เช็คได้ออนไลน์ ตรงกับเบี้ยที่ต้องจ่ายจริงไหม?

ใกล้เคียง ถ้าข้อมูลที่กรอกตรงกับความเป็นจริง — เบี้ยสุดท้ายยืนยันตามเงื่อนไขการรับประกันของบริษัทที่เลือก เช่น การตรวจสอบประวัติการเคลมและรายละเอียดรถ ถ้ากรอกรุ่นย่อยหรือประวัติเคลมคลาดเคลื่อน ตัวเลขจริงอาจขยับจากที่เช็คไว้

Check car insurance premiums online. No fee to compare

Compare multiple companies. 0% cash installment up to 10 months. Coverage starts after the first payment

*0% installment terms are set by the insurer / financial institution

Compare Premiums Now