ประกันรถยนต์

ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง เทียบชั้น 3+ (อัปเดต 2569)

OOHOO Team17 ส.ค. 2026ใช้เวลาอ่าน อ่าน 8 นาที
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง เทียบชั้น 3+ (อัปเดต 2569)

ตอบสั้น ๆ: ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เราไปทำกับคนอื่น คือ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถของเราเองในทุกกรณี ไม่ว่าจะชน ไฟไหม้ รถหาย หรือน้ำท่วม บทความนี้สรุปให้ครบว่าประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไร ไม่คุ้มครองอะไร ต่างจากชั้น 3+ ตรงไหน เหมาะกับรถแบบไหน เบี้ยขึ้นอยู่กับอะไร และเคลมยังไงเมื่อเกิดเหตุ

ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง สรุปในตารางเดียว

ตารางนี้อ่าน 30 วินาทีแล้วเห็นภาพทั้งหมด ก่อนจะลงรายละเอียดทีละข้อด้านล่าง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกันชั้น 3 คุ้มครองไหม
คู่กรณีหรือบุคคลภายนอกบาดเจ็บหรือเสียชีวิตคุ้มครอง ตามวงเงินในกรมธรรม์
ผู้โดยสารในรถคันเอาประกันบาดเจ็บคุ้มครอง ในฐานะบุคคลภายนอก
ทรัพย์สินของคนอื่นเสียหาย เช่น รถคู่กรณี รั้ว เสาไฟคุ้มครอง ตามวงเงินในกรมธรรม์
รถของเราเสียหายจากการชนที่มีคู่กรณีไม่คุ้มครอง
รถของเราเสียหายจากการชนที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ตกหลุม ครูดฟุตปาธไม่คุ้มครอง
รถหาย ถูกโจรกรรม หรือไฟไหม้ไม่คุ้มครอง
น้ำท่วม ลูกเห็บ ภัยธรรมชาติไม่คุ้มครอง
ผู้ขับขี่รถคันเอาประกันบาดเจ็บคุ้มครองเฉพาะเมื่อซื้อเอกสารแนบท้าย เช่น อุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือค่ารักษาพยาบาล และระบุไว้ในตารางกรมธรรม์
ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญาคุ้มครองเฉพาะเมื่อระบุไว้ในตารางกรมธรรม์

หัวใจของประกันชั้น 3 อยู่ที่ประโยคเดียว คือ เป็นประกันที่ซื้อไว้ดูแลคนอื่น ไม่ได้ซื้อไว้ดูแลรถเรา ถ้าเข้าใจข้อนี้ ที่เหลือจะไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ตอนเกิดเหตุ

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันภาคสมัครใจ ที่ให้ความคุ้มครองแคบที่สุดในบรรดาประกันรถยนต์ทั้ง 5 แบบของไทย คือ ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ และชั้น 3 โดยคุ้มครองเฉพาะ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เมื่อเราเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ

คนมักสับสนระหว่างชั้น 3 กับ พ.ร.บ. เพราะเบี้ยทั้งคู่ไม่สูง แต่สองอย่างนี้คนละหน้าที่กัน

  • พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับตามกฎหมาย รถทุกคันต้องมี ใช้ต่อภาษีประจำปี และคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของคน ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด ไม่คุ้มครองทรัพย์สินใด ๆ
  • ประกันชั้น 3 คือประกันภาคสมัครใจ ซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ และเข้ามาเติมส่วนที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคนอื่น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนที่ทำให้คนเดือดร้อนหนักที่สุดเวลาไปชนรถคันอื่น

แปลว่า มีชั้น 3 แล้วยังต้องทำ พ.ร.บ. อยู่ดี และมี พ.ร.บ. อย่างเดียวก็ยังไม่มีอะไรรองรับตอนไปชนทรัพย์สินคนอื่น

ความคุ้มครองของประกันชั้น 3 แบบละเอียด

1. ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก

เมื่อเราเป็นฝ่ายต้องรับผิดชอบและมีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต บริษัทประกันจะชดใช้ให้ตามวงเงินที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ ซึ่งปกติแยกเป็น วงเงินต่อคน และ วงเงินต่อครั้ง จุดที่หลายคนไม่รู้คือ ผู้โดยสารที่นั่งมาในรถคันเอาประกันก็นับเป็นบุคคลภายนอก จึงได้รับความคุ้มครองส่วนนี้ด้วย ส่วนผู้ขับขี่รถคันเอาประกันไม่ใช่บุคคลภายนอก จะได้รับความคุ้มครองก็ต่อเมื่อมีเอกสารแนบท้ายตามข้อ 3

2. ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

ครอบคลุมค่าซ่อมรถคู่กรณี และทรัพย์สินอื่นที่เสียหายจากอุบัติเหตุ เช่น รั้วบ้าน เสาไฟ ป้ายร้าน ตามวงเงินต่อครั้งที่ระบุไว้ บางกรมธรรม์กำหนดค่าเสียหายส่วนแรกของความรับผิดต่อทรัพย์สินไว้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้เอาประกันต้องร่วมจ่ายเอง ให้ดูบรรทัดนี้ในตารางกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจซื้อ

3. เอกสารแนบท้าย ที่มักซื้อคู่กับชั้น 3

สามรายการนี้ไม่ใช่ความคุ้มครองหลักของชั้น 3 แต่เป็นตัวเลือกที่พบบ่อย และเป็นสาเหตุที่เบี้ยของแต่ละแผนไม่เท่ากันทั้งที่เป็นชั้น 3 เหมือนกัน

  • อุบัติเหตุส่วนบุคคล ชดเชยกรณีผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ ตามจำนวนคนและวงเงินที่ระบุ
  • ค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาของผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกัน ตามวงเงินต่อคน
  • การประกันตัวผู้ขับขี่ ค่าประกันตัวในคดีอาญาที่เกิดจากการใช้รถ

เวลาเทียบราคา ให้เทียบสามบรรทัดนี้พร้อมกับวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมอ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นเทียบเบี้ยของความคุ้มครองคนละชุดกัน

ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ส่วนนี้สำคัญกว่าส่วนที่คุ้มครอง เพราะเป็นจุดที่คนเข้าใจผิดแล้วเสียใจตอนเกิดเหตุจริง

  • ความเสียหายของรถเราเอง ทุกกรณี ทั้งชนโดยมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี ต่อให้เราเป็นฝ่ายถูกก็ตาม
  • รถหาย ถูกโจรกรรม และไฟไหม้ ความคุ้มครองสองข้อนี้เป็นของประกันชั้น 1 และชั้น 2 ไม่ใช่ของชั้น 3
  • น้ำท่วม ลูกเห็บ และภัยธรรมชาติ ที่ทำให้รถเราเสียหาย
  • ทรัพย์สินส่วนตัวที่วางไว้ในรถ เช่น กระเป๋า โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเองโดยไม่แจ้งไว้ในกรมธรรม์
  • ความเสียหายที่เกิดขณะผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
  • การใช้รถผิดประเภทจากที่แจ้งไว้ในกรมธรรม์ เช่น นำรถส่วนบุคคลไปรับจ้าง
  • ผู้ขับขี่ที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต
  • การจงใจทำให้เกิดความเสียหาย และการใช้รถนอกอาณาเขตความคุ้มครอง

ข้อยกเว้นที่แน่นอนที่สุดของแต่ละกรมธรรม์อยู่ในหมวดข้อยกเว้นของเล่มกรมธรรม์เอง ถ้าไม่แน่ใจข้อไหน ให้ถามก่อนซื้อ ดีกว่าไปรู้ตอนแจ้งเคลม

ประกันชั้น 3 กับชั้น 3+ ต่างกันตรงไหน

สองแบบนี้ต่างกันที่ประโยคเดียว คือ ชั้น 3+ มีวงเงินซ่อมรถของเราเพิ่มเข้ามา เฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกและมีคู่กรณี ส่วนที่เหลือคล้ายกันมาก

หัวข้อชั้น 3ชั้น 3+
ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกคุ้มครองคุ้มครอง
รถเราเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบก และมีคู่กรณีไม่คุ้มครองคุ้มครอง ภายในวงเงินซ่อมที่ระบุในกรมธรรม์
รถเราเสียหายจากการชนที่ไม่มีคู่กรณีไม่คุ้มครองไม่คุ้มครอง
รถหาย ไฟไหม้ไม่คุ้มครองไม่คุ้มครอง
น้ำท่วม ภัยธรรมชาติไม่คุ้มครองไม่คุ้มครอง เว้นแต่ซื้อความคุ้มครองเพิ่มตามที่แต่ละบริษัทกำหนด
เบี้ยประกันโดยเปรียบเทียบต่ำกว่าชั้น 3+สูงกว่าชั้น 3

เลือกยังไง ถ้ารถมีอายุมาก มูลค่าตลาดไม่สูง และรับได้ว่าถ้ารถตัวเองเป็นรอยจะซ่อมเอง ชั้น 3 ตอบโจทย์แล้ว แต่ถ้าขับในเมืองที่จราจรหนาแน่นและอยากมีวงเงินซ่อมรถตัวเองไว้บ้างเวลาชนกับรถคันอื่น ให้ดู ประกันชั้น 3+ เทียบส่วนต่างเบี้ยก่อนตัดสินใจ ถ้าอยากเห็นภาพทั้ง 5 ชั้นพร้อมกัน อ่าน วิธีเลือกประกันรถยนต์ เจาะลึกทุกชั้นความคุ้มครอง เพิ่มได้

ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร รถแบบไหนควรเลือก

เหมาะกับ

  • รถอายุมาก มูลค่าตลาดลดลงจนเบี้ยของชั้นที่คุ้มครองตัวรถเริ่มไม่สมดุลกับทุนประกันที่ได้
  • รถคันที่สอง หรือรถที่ใช้งานน้อย ระยะทางต่อปีไม่มาก
  • คนที่มีที่จอดส่วนตัวปลอดภัย ไม่ได้จอดริมถนนเป็นประจำ
  • คนที่ยอมรับความเสี่ยงเรื่องรถตัวเองได้ แต่ไม่อยากรับความเสี่ยงเรื่องค่าเสียหายของคนอื่น ซึ่งเป็นก้อนที่ควบคุมไม่ได้

ยังไม่เหมาะกับ

  • รถใหม่หรือรถที่มูลค่าสูง เพราะค่าซ่อมรถตัวเองจะตกเป็นภาระทั้งก้อน
  • รถที่ยังผ่อนอยู่ สัญญาเช่าซื้อหลายฉบับกำหนดให้ทำประกันที่คุ้มครองตัวรถไว้ด้วย ควรตรวจสัญญาหรือสอบถามผู้ให้เช่าซื้อก่อน
  • คนที่ขับทุกวัน ระยะทางไกล หรือขับในพื้นที่จราจรหนาแน่น ซึ่งโอกาสเกิดเหตุกับรถตัวเองสูงกว่าค่าเฉลี่ย
  • คนที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือเสี่ยงถูกโจรกรรม

เบี้ยประกันชั้น 3 ราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับอะไร

เบี้ยประกันชั้น 3 ไม่มีราคากลางราคาเดียวสำหรับทุกคน เพราะแต่ละบริษัทคิดเบี้ยจากเงื่อนไขของรถและของแผนที่เลือก ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยของสองคนไม่เท่ากันมีดังนี้

  • บริษัทประกันที่เลือก เป็นตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันมากที่สุด เพราะแต่ละบริษัทตั้งราคาและเงื่อนไขรับประกันไม่เหมือนกัน
  • ประเภทและลักษณะการใช้รถ รถส่วนบุคคลกับรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์คิดเบี้ยคนละแบบ
  • ประเภทตัวรถ เก๋ง กระบะ หรือรถตู้ มีอัตราเบี้ยต่างกัน
  • วงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่เลือก วงเงินยิ่งสูง เบี้ยยิ่งสูง
  • เอกสารแนบท้ายที่เพิ่มเข้าไป อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล และการประกันตัวผู้ขับขี่
  • ส่วนลดตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เช่น ส่วนลดประวัติดีเมื่อต่ออายุโดยไม่มีการเคลม

จุดที่ต่างจากชั้น 1 อย่างชัดเจนคือ เบี้ยชั้น 3 ไม่ได้อิงกับทุนประกันตัวรถ เพราะไม่มีความคุ้มครองตัวรถให้คำนวณ รถราคาสูงกับรถราคาย่อมเยาที่ใช้งานแบบเดียวกันจึงมักได้เบี้ยใกล้เคียงกันมากกว่าที่คนคิด

ด้วยเหตุนี้ วิธีที่เร็วที่สุดในการรู้ราคาจริงของรถคุณคือกรอกข้อมูลรถแล้วดูเบี้ยจากหลายบริษัทพร้อมกัน ที่หน้า เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 3 ใช้เวลาไม่กี่นาทีและไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช็ค

เคลมประกันชั้น 3 ต้องมีคู่กรณีไหม ทำยังไง

เพราะชั้น 3 ไม่มีความคุ้มครองตัวรถของเรา การเคลมจึงเป็นเรื่องของความเสียหายที่เกิดกับคนอื่น เป็นหลัก ขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุมีดังนี้

  1. หยุดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ดูแลผู้บาดเจ็บก่อนเป็นอันดับแรก
  2. โทรแจ้งบริษัทประกันทันทีที่เกิดเหตุ พร้อมเลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ และตำแหน่งที่เกิดเหตุ
  3. ถ่ายภาพจุดเกิดเหตุ ความเสียหาย และทะเบียนรถคู่กรณีไว้เป็นหลักฐาน
  4. รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและออกเอกสารตามขั้นตอนของบริษัท
  5. ถ้าเราเป็นฝ่ายผิด กรมธรรม์ชั้น 3 จะจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณีตามวงเงิน ส่วนค่าซ่อมรถของเราเองเป็นความรับผิดชอบของเรา

ถ้าเราเป็นฝ่ายถูก ความเสียหายของรถเราจะไปเรียกร้องเอาจากประกันของคู่กรณี ไม่ใช่จากกรมธรรม์ชั้น 3 ของเรา ดังนั้นการอยู่ในที่เกิดเหตุ มีหลักฐานครบ และมีคู่กรณีที่ระบุตัวได้จึงสำคัญมากสำหรับผู้ถือประกันชั้น 3 กรณีที่หาคู่กรณีไม่ได้ เช่น โดนเฉี่ยวแล้วหนี จะไม่มีใครรับผิดชอบค่าซ่อมรถเราภายใต้กรมธรรม์ชั้น 3

ซื้อหรือต่อประกันชั้น 3 ออนไลน์ยังไง

  1. เตรียมข้อมูลรถให้พร้อม ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน เลขทะเบียน และลักษณะการใช้งาน
  2. กรอกข้อมูลที่หน้า เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วเลือกดูแผนชั้น 3 เพื่อเทียบเบี้ยจากหลายบริษัทในที่เดียว
  3. เทียบให้ครบสามบรรทัด ได้แก่ วงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เอกสารแนบท้ายที่ได้ และค่าเสียหายส่วนแรกถ้ามี ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขเบี้ย
  4. เลือกแผนที่ตรงกับการใช้งานจริงแล้วชำระเงิน มีตัวเลือกผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  5. ตรวจตารางกรมธรรม์ที่ได้รับ โดยเฉพาะวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง ชื่อผู้เอาประกัน และเลขทะเบียนรถ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรอยู่ที่ชั้น 3 ต่อ หรือขยับไปชั้นที่คุ้มครองตัวรถด้วย ลอง เปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่หน้า ประกันชั้น 3 เพื่อดูเบี้ยจริงของรถคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันชั้น 3

ประกันชั้น 3 คุ้มครองรถของเราไหม

ไม่คุ้มครอง ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น ความเสียหายของรถคันเอาประกันเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของรถทุกกรณี

ประกันชั้น 3 ชนแล้วเคลมได้ไหม

เคลมได้ในส่วนของความเสียหายที่เกิดกับคู่กรณีหรือบุคคลภายนอก โดยบริษัทจะจ่ายตามวงเงินในกรมธรรม์ ส่วนค่าซ่อมรถของเราเองไม่อยู่ในความคุ้มครอง ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม

ประกันชั้น 3 กับชั้น 3+ ต่างกันยังไง ควรเลือกอันไหน

ต่างกันที่ชั้น 3+ เพิ่มวงเงินซ่อมรถของเราเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกและมีคู่กรณี ส่วนชั้น 3 ไม่มีความคุ้มครองตัวรถเลย ถ้ารับความเสี่ยงเรื่องรถตัวเองได้และต้องการเบี้ยที่ต่ำกว่า ให้เลือกชั้น 3 ถ้าต้องการวงเงินซ่อมรถไว้บ้างและรับส่วนต่างเบี้ยได้ ให้เลือกชั้น 3+

ประกันชั้น 3 ราคาเท่าไหร่

ไม่มีราคาเดียวที่ใช้กับรถทุกคัน เพราะเบี้ยขึ้นอยู่กับบริษัทที่เลือก ประเภทและลักษณะการใช้รถ วงเงินความรับผิดที่เลือก และเอกสารแนบท้ายที่เพิ่มเข้าไป วิธีที่แม่นที่สุดคือกรอกข้อมูลรถแล้วดูเบี้ยจริงจากหลายบริษัทพร้อมกันก่อนตัดสินใจ

มีประกันชั้น 3 แล้ว ยังต้องทำ พ.ร.บ. อีกไหม

ต้องทำ เพราะ พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมายที่รถทุกคันต้องมีและใช้ในการต่อภาษีประจำปี ขณะที่ชั้น 3 เป็นภาคสมัครใจ ทั้งสองอย่างทำหน้าที่คนละส่วนกัน

รถยังผ่อนอยู่ ทำประกันชั้น 3 ได้ไหม

ในทางปฏิบัติทำได้ แต่สัญญาเช่าซื้อหลายฉบับกำหนดให้ผู้เช่าซื้อทำประกันที่คุ้มครองตัวรถไว้ด้วย จึงควรตรวจเงื่อนไขในสัญญาหรือสอบถามผู้ให้เช่าซื้อก่อน เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขสัญญา

ประกันชั้น 3 คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมไหม

ไม่คุ้มครองทั้งสามกรณี ความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้เป็นของประกันชั้น 1 และชั้น 2 ส่วนความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นความคุ้มครองของชั้น 1 หรือความคุ้มครองเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

ซื้อประกันชั้น 3 ออนไลน์ เริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่

ความคุ้มครองเริ่มตามวันและเวลาที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ หลังชำระเบี้ยเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครองในเอกสารที่ได้รับทุกครั้ง

สรุป

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คือความคุ้มครองพื้นฐานสำหรับความเสียหายที่เราไปทำกับคนอื่น ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยไม่คุ้มครองรถของเราเองในทุกกรณี จึงเหมาะกับรถที่มีอายุมาก ใช้งานไม่บ่อย และเจ้าของที่รับความเสี่ยงเรื่องรถตัวเองได้ ถ้าอยากได้วงเงินซ่อมรถเพิ่มเวลาชนกับรถคันอื่น ให้ขยับไปดูชั้น 3+ แทน และไม่ว่าจะเลือกชั้นไหน ควรเทียบทั้งเบี้ยและวงเงินความคุ้มครองจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ เช็คเบี้ยจริงของรถคุณได้ที่ OOHOO.io

OOHOO.io เป็นเว็บไซต์เปรียบเทียบและซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ดำเนินการโดย บริษัท ASN Broker Public Co.,Ltd. ในฐานะนายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 ไม่ใช่บริษัทประกันภัย ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น เงื่อนไข และเบี้ยประกันจริงเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล สอบถามหรือร้องเรียนด้านประกันภัยได้ที่สายด่วน คปภ. 1186

แชร์บทความนี้:
OOHOO Verified Educational Content

เช็คเบี้ยประกันภัยออนไลน์ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองทันที ผ่อนสด/บัตรเครดิต 0% นานสูงสุด 10 เดือน

เปรียบเทียบเบี้ยเลย