ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง เทียบชั้น 3+ (อัปเดต 2569)
OOHOO Team · 17 ส.ค. 2026 · อ่าน 8 นาที
ดำเนินการโดย ASN Broker นายหน้าวินาศภัย ว00027/2548

ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง ตอบสั้น ๆ คือ คุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เราไปก่อกับบุคคลภายนอก ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ตามวงเงินและเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเราเองทุกกรณี
บทความนี้สรุปให้ครบว่าประกันภัยชั้น 3 คุ้มครองอะไร ไม่คุ้มครองอะไร ต่างจากชั้น 3+ และชั้น 2 ตรงไหน เหมาะกับรถแบบไหน เบี้ยขึ้นอยู่กับอะไร และต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ ถ้าอยากรู้เบี้ยของรถคุณก่อน เช็คเบี้ยประกันชั้น 3 ออนไลน์ ได้เลย ใช้เวลาไม่กี่นาที
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง สรุปทีละข้อ
อ่านสองรายการนี้ 30 วินาที แล้วจะเห็นภาพทั้งหมด ก่อนลงรายละเอียดด้านล่าง
สิ่งที่ประกันชั้น 3 คุ้มครอง (ทุกข้อจ่ายตามวงเงินและเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
- คู่กรณีหรือบุคคลภายนอกบาดเจ็บหรือเสียชีวิต — ชดใช้ตามวงเงินต่อคนและต่อครั้งที่ระบุในตารางกรมธรรม์
- ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเสียหาย เช่น รถคู่กรณี รั้วบ้าน เสาไฟ ป้ายร้าน — ตามวงเงินต่อครั้ง
- ผู้โดยสารในรถคันเอาประกันบาดเจ็บ — ได้รับความคุ้มครองในฐานะบุคคลภายนอก
- ผู้ขับขี่รถคันเอาประกันบาดเจ็บ — เฉพาะเมื่อซื้อเอกสารแนบท้าย เช่น อุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือค่ารักษาพยาบาล และระบุไว้ในตารางกรมธรรม์
- ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา — เฉพาะเมื่อระบุไว้ในตารางกรมธรรม์
สิ่งที่ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครอง
- รถของเราเสียหายจากการชนที่มีคู่กรณี
- รถของเราเสียหายจากการชนที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ตกหลุม ครูดฟุตปาธ
- รถหาย ถูกโจรกรรม หรือไฟไหม้
- น้ำท่วม ลูกเห็บ และภัยธรรมชาติที่ทำให้รถเราเสียหาย
หัวใจของประกันชั้น 3 อยู่ที่ประโยคเดียว คือ เป็นประกันที่ซื้อไว้ดูแลคนอื่น ไม่ได้ซื้อไว้ดูแลรถเรา ถ้าเข้าใจข้อนี้ ที่เหลือจะไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ตอนเกิดเหตุ
ประกันภัยชั้น 3 คืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง
ประกันรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันภาคสมัครใจ ที่ให้ความคุ้มครองแคบกว่าชั้นอื่นในบรรดาประกันรถยนต์ทั้ง 5 แบบของไทย คือ ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ และชั้น 3 โดยคุ้มครองเฉพาะ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เมื่อเราเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ
คนมักสับสนระหว่างชั้น 3 กับ พ.ร.บ. เพราะเบี้ยทั้งคู่ไม่สูง แต่สองอย่างนี้ทำหน้าที่คนละส่วนกัน
- พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับตามกฎหมาย รถทุกคันต้องมี ใช้ต่อภาษีประจำปี และคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของคน ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด ไม่คุ้มครองทรัพย์สินใด ๆ ดูรายละเอียดได้ที่หน้า พ.ร.บ. รถยนต์
- ประกันชั้น 3 คือประกันภาคสมัครใจ ซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ และเข้ามาเติมส่วนที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคนอื่น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เวลาไปชนรถคันอื่น
แปลว่า มีชั้น 3 แล้วยังต้องทำ พ.ร.บ. อยู่ดี และมี พ.ร.บ. อย่างเดียวก็ยังไม่มีอะไรรองรับตอนไปชนทรัพย์สินคนอื่น
ความคุ้มครองของประกันชั้น 3 แบบละเอียด
1. ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
เมื่อเราเป็นฝ่ายต้องรับผิดชอบและมีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต บริษัทประกันจะชดใช้ให้ตามวงเงินที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ ซึ่งปกติแยกเป็น วงเงินต่อคน และ วงเงินต่อครั้ง จุดที่หลายคนไม่รู้คือ ผู้โดยสารที่นั่งมาในรถคันเอาประกันก็นับเป็นบุคคลภายนอก จึงได้รับความคุ้มครองส่วนนี้ด้วย ส่วนผู้ขับขี่รถคันเอาประกันไม่ใช่บุคคลภายนอก จะได้รับความคุ้มครองก็ต่อเมื่อมีเอกสารแนบท้ายตามข้อ 3
2. ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ครอบคลุมค่าซ่อมรถคู่กรณี และทรัพย์สินอื่นที่เสียหายจากอุบัติเหตุ เช่น รั้วบ้าน เสาไฟ ป้ายร้าน ตามวงเงินต่อครั้งที่ระบุไว้ บางกรมธรรม์กำหนดค่าเสียหายส่วนแรกของความรับผิดต่อทรัพย์สินไว้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้เอาประกันร่วมจ่ายเอง ให้ดูบรรทัดนี้ในตารางกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจซื้อ
3. เอกสารแนบท้ายที่มักซื้อคู่กับชั้น 3
สามรายการนี้ไม่ใช่ความคุ้มครองหลักของชั้น 3 แต่เป็นตัวเลือกที่พบบ่อย และเป็นสาเหตุที่เบี้ยของแต่ละแผนไม่เท่ากันทั้งที่เป็นชั้น 3 เหมือนกัน
- อุบัติเหตุส่วนบุคคล ชดเชยกรณีผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ ตามจำนวนคนและวงเงินที่ระบุ
- ค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาของผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกัน ตามวงเงินต่อคน
- การประกันตัวผู้ขับขี่ ค่าประกันตัวในคดีอาญาที่เกิดจากการใช้รถ
เวลาเทียบราคา ให้ดูสามบรรทัดนี้พร้อมกับวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมอ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นเทียบเบี้ยของความคุ้มครองคนละชุดกัน
ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง
ส่วนนี้สำคัญไม่แพ้ส่วนที่คุ้มครอง เพราะเป็นจุดที่คนเข้าใจผิดแล้วเสียใจตอนเกิดเหตุจริง
- ความเสียหายของรถเราเอง ทุกกรณี ทั้งชนโดยมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี ต่อให้เราเป็นฝ่ายถูกก็ตาม
- รถหาย ถูกโจรกรรม และไฟไหม้ ความคุ้มครองสองข้อนี้เป็นของประกันชั้น 1 และชั้น 2 ไม่ใช่ของชั้น 3
- น้ำท่วม ลูกเห็บ และภัยธรรมชาติ ที่ทำให้รถเราเสียหาย
- ทรัพย์สินส่วนตัวที่วางไว้ในรถ เช่น กระเป๋า โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเองโดยไม่แจ้งไว้ในกรมธรรม์
- ความเสียหายที่เกิดขณะผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
- การใช้รถผิดประเภทจากที่แจ้งไว้ในกรมธรรม์ เช่น นำรถส่วนบุคคลไปรับจ้าง
- ผู้ขับขี่ที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต
- การจงใจทำให้เกิดความเสียหาย และการใช้รถนอกอาณาเขตความคุ้มครอง
ข้อยกเว้นฉบับผูกพันของแต่ละกรมธรรม์อยู่ในหมวดข้อยกเว้นของเล่มกรมธรรม์เอง ถ้าไม่แน่ใจข้อไหน ให้ถามก่อนซื้อ อย่ารอไปรู้ตอนแจ้งเคลม
ประกันชั้น 3 กับชั้น 3+ ต่างกันตรงไหน
สองแบบนี้ต่างกันที่ประโยคเดียว คือ ชั้น 3+ มีวงเงินซ่อมรถของเราเพิ่มเข้ามา เฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้ ส่วนที่เหลือคล้ายกันมาก
- ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก — ชั้น 3 คุ้มครอง · ชั้น 3+ คุ้มครอง
- รถเราเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบกและมีคู่กรณี — ชั้น 3 ไม่คุ้มครอง · ชั้น 3+ คุ้มครองภายในวงเงินซ่อมที่ระบุในกรมธรรม์
- รถเราเสียหายจากการชนที่ไม่มีคู่กรณี — ไม่คุ้มครองทั้งสองแบบ
- รถหาย ไฟไหม้ — ไม่คุ้มครองทั้งสองแบบ
- น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ — ไม่คุ้มครองทั้งสองแบบ เว้นแต่ซื้อความคุ้มครองเพิ่มตามที่แต่ละบริษัทกำหนด
- เบี้ยประกันโดยเปรียบเทียบ — ชั้น 3 เบี้ยต่ำกว่าชั้น 3+ เพราะไม่มีวงเงินซ่อมรถเรา
เลือกยังไง ถ้ารถอายุมาก มูลค่าตลาดไม่สูง และรับได้ว่าถ้ารถตัวเองเป็นรอยจะซ่อมเอง ชั้น 3 ตอบโจทย์แล้ว แต่ถ้าขับในเมืองที่จราจรหนาแน่นและอยากมีวงเงินซ่อมรถตัวเองไว้บ้างเวลาชนกับรถคันอื่น ให้ดู ประกันชั้น 3+ แล้วเทียบส่วนต่างเบี้ยก่อนตัดสินใจ
เทียบประกันชั้น 3 กับชั้น 2 ชั้น 2+ และชั้น 1
หลายคนมาที่ชั้น 3 เพราะอยากได้เบี้ยที่เบา แต่บางครั้งสิ่งที่ต้องการจริงคือความคุ้มครองอีกแบบที่อยู่ถัดขึ้นไปเพียงขั้นเดียว บรรทัดละชั้นนี้ช่วยตัดสินใจได้เร็วขึ้น
- ชั้น 3 — ดูแลเฉพาะคู่กรณีและบุคคลภายนอก ไม่มีความคุ้มครองตัวรถเลย เบี้ยเบากว่าชั้นอื่น
- ชั้น 3+ — เพิ่มวงเงินซ่อมรถเราเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกและมีคู่กรณี
- ชั้น 2 — ดูแลคู่กรณีเหมือนชั้น 3 และเพิ่มรถหาย ไฟไหม้ เข้ามา แต่ไม่มีวงเงินซ่อมรถเราจากการชน
- ชั้น 2+ — ได้ทั้งรถหาย ไฟไหม้ และวงเงินซ่อมรถเราเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกและมีคู่กรณี
- ชั้น 1 — ความคุ้มครองกว้างกว่าทุกชั้นข้างต้น รวมการชนที่ไม่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และภัยอื่นตามที่ระบุในกรมธรรม์
ถ้าเงื่อนไขของคุณคือ รถยังมีมูลค่าและกลัวรถหาย ชั้น 2 หรือชั้น 2+ มักตรงโจทย์กว่าชั้น 3 อยากเห็นภาพทุกชั้นพร้อมกัน อ่าน วิธีเลือกประกันรถยนต์ เจาะลึกทุกชั้นความคุ้มครอง หรือใช้หน้า เปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น ของ OOHOO.io
ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร รถแบบไหนควรเลือก
เหมาะกับ
- รถอายุมาก มูลค่าตลาดลดลงจนเบี้ยของชั้นที่คุ้มครองตัวรถเริ่มไม่สมดุลกับทุนประกันที่ได้
- รถคันที่สอง หรือรถที่ใช้งานน้อย ระยะทางต่อปีไม่มาก
- คนที่มีที่จอดส่วนตัวปลอดภัย ไม่ได้จอดริมถนนเป็นประจำ
- คนที่ยอมรับความเสี่ยงเรื่องรถตัวเองได้ แต่ไม่อยากรับความเสี่ยงเรื่องค่าเสียหายของคนอื่น ซึ่งเป็นก้อนที่ควบคุมไม่ได้
ยังไม่เหมาะกับ
- รถใหม่หรือรถที่มูลค่าสูง เพราะค่าซ่อมรถตัวเองจะตกเป็นภาระทั้งก้อน
- รถที่ยังผ่อนอยู่ สัญญาเช่าซื้อหลายฉบับกำหนดให้ทำประกันที่คุ้มครองตัวรถไว้ด้วย ควรตรวจสัญญาหรือสอบถามผู้ให้เช่าซื้อก่อน
- คนที่ขับทุกวัน ระยะทางไกล หรือขับในพื้นที่จราจรหนาแน่น ซึ่งโอกาสเกิดเหตุกับรถตัวเองสูงกว่าค่าเฉลี่ย
- คนที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือเสี่ยงถูกโจรกรรม
เบี้ยประกันชั้น 3 ราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับอะไร
เบี้ยประกันชั้น 3 ไม่มีราคากลางราคาเดียวสำหรับทุกคน เพราะแต่ละบริษัทคิดเบี้ยจากเงื่อนไขของรถและของแผนที่เลือก ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยของสองคนไม่เท่ากันมีดังนี้
- บริษัทประกันที่เลือก เป็นตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันมาก เพราะแต่ละบริษัทตั้งราคาและเงื่อนไขรับประกันไม่เหมือนกัน
- ประเภทและลักษณะการใช้รถ รถส่วนบุคคลกับรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์คิดเบี้ยคนละแบบ
- ประเภทตัวรถ เก๋ง กระบะ หรือรถตู้ มีอัตราเบี้ยต่างกัน
- วงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่เลือก วงเงินยิ่งสูง เบี้ยยิ่งสูง
- เอกสารแนบท้ายที่เพิ่มเข้าไป อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล และการประกันตัวผู้ขับขี่
- ส่วนลดตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เช่น ส่วนลดประวัติดีเมื่อต่ออายุโดยไม่มีการเคลม
จุดที่ต่างจากชั้น 1 อย่างชัดเจนคือ เบี้ยชั้น 3 ไม่ได้อิงกับทุนประกันตัวรถ เพราะไม่มีความคุ้มครองตัวรถให้คำนวณ รถราคาสูงกับรถราคาย่อมเยาที่ใช้งานแบบเดียวกันจึงมักได้เบี้ยใกล้เคียงกันมากกว่าที่คนคิด ด้วยเหตุผลเดียวกัน ส่วนลดจากการระบุชื่อผู้ขับขี่ซึ่งผูกกับความคุ้มครองตัวรถ จึงมักไม่มีผลกับแผนชั้น 3 ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท
อยากเข้าใจกลไกคิดเบี้ยแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ยังไง เบี้ยคิดจากอะไรบ้าง ส่วนวิธีรู้ราคาจริงของรถคุณคือกรอกข้อมูลรถแล้วดูเบี้ยจากหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียวที่หน้า ประกันรถยนต์ชั้น 3 เบี้ยจริงขึ้นอยู่กับข้อมูลรถและเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท
เคลมประกันชั้น 3 ต้องมีคู่กรณีไหม ทำยังไง
เพราะชั้น 3 ไม่มีความคุ้มครองตัวรถของเรา การเคลมจึงเป็นเรื่องของความเสียหายที่เกิดกับคนอื่น เป็นหลัก ขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุมีดังนี้
- ขั้นที่ 1 หยุดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ดูแลผู้บาดเจ็บก่อนเป็นอันดับแรก
- ขั้นที่ 2 โทรแจ้งบริษัทประกันทันทีที่เกิดเหตุ พร้อมเลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ และตำแหน่งที่เกิดเหตุ
- ขั้นที่ 3 ถ่ายภาพจุดเกิดเหตุ ความเสียหาย และทะเบียนรถคู่กรณีไว้เป็นหลักฐาน
- ขั้นที่ 4 รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและออกเอกสารตามขั้นตอนของบริษัท
- ขั้นที่ 5 ถ้าเราเป็นฝ่ายผิด กรมธรรม์ชั้น 3 จะจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณีตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์ ส่วนค่าซ่อมรถของเราเองเป็นความรับผิดชอบของเรา
ถ้าเราเป็นฝ่ายถูก ความเสียหายของรถเราจะไปเรียกร้องเอาจากประกันของคู่กรณี ไม่ใช่จากกรมธรรม์ชั้น 3 ของเรา การอยู่ในที่เกิดเหตุ มีหลักฐานครบ และระบุคู่กรณีได้จึงสำคัญมากสำหรับผู้ถือประกันชั้น 3 ส่วนกรณีที่หาคู่กรณีไม่ได้ เช่น โดนเฉี่ยวแล้วหนี จะไม่มีใครรับผิดชอบค่าซ่อมรถเราภายใต้กรมธรรม์ชั้น 3
อีกคำถามที่เจอบ่อยคือเคลมได้กี่ครั้ง โดยทั่วไปกรมธรรม์ไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งของความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แต่จ่ายภายใต้วงเงินต่อครั้งและเงื่อนไขที่ระบุไว้ และประวัติการเคลมมีผลต่อส่วนลดในปีต่ออายุตามหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัท
ซื้อหรือต่อประกันภัยชั้น 3 ออนไลน์ยังไง
- ขั้นที่ 1 เตรียมข้อมูลรถให้พร้อม ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน เลขทะเบียน และลักษณะการใช้งาน
- ขั้นที่ 2 กรอกข้อมูลที่หน้า เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ แล้วเลือกดูแผนชั้น 3 เพื่อเทียบเบี้ยจากหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว
- ขั้นที่ 3 เทียบให้ครบสามบรรทัด ได้แก่ วงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เอกสารแนบท้ายที่ได้ และค่าเสียหายส่วนแรกถ้ามี ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขเบี้ย
- ขั้นที่ 4 เลือกแผนที่ตรงกับการใช้งานจริงแล้วชำระเงิน มีตัวเลือกผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
- ขั้นที่ 5 ตรวจตารางกรมธรรม์ที่ได้รับ โดยเฉพาะวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง ชื่อผู้เอาประกัน และเลขทะเบียนรถ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรอยู่ที่ชั้น 3 ต่อ หรือขยับไปชั้นที่คุ้มครองตัวรถด้วย ลองอ่านวิธีไล่เงื่อนไขทีละข้อที่ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ยังไงให้เห็นความต่างจริง ก่อนตัดสินใจ
สรุป
ประกันรถยนต์ชั้น 3 คือความคุ้มครองพื้นฐานสำหรับความเสียหายที่เราไปทำกับคนอื่น ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์ โดยไม่คุ้มครองรถของเราเองในทุกกรณี จึงเหมาะกับรถที่มีอายุมาก ใช้งานไม่บ่อย และเจ้าของที่รับความเสี่ยงเรื่องรถตัวเองได้ ถ้าอยากได้วงเงินซ่อมรถเพิ่มเวลาชนกับรถคันอื่นให้ดูชั้น 3+ ถ้ากังวลเรื่องรถหายหรือไฟไหม้ให้ดูชั้น 2 หรือชั้น 2+ และไม่ว่าจะเลือกชั้นไหน ควรเทียบทั้งเบี้ยและวงเงินความคุ้มครองจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ เช็คเบี้ยประกันชั้น 3 ของรถคุณที่ OOHOO.io ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช็ค
OOHOO.io เป็นเว็บไซต์เปรียบเทียบและซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ดำเนินการโดย บมจ. เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ในฐานะนายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 ไม่ใช่บริษัทประกันภัย ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น เงื่อนไข และเบี้ยประกันจริงเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล สอบถามหรือร้องเรียนด้านประกันภัยได้ที่สายด่วน คปภ. 1186