ประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ และ ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

OOHOO Team · 8 ก.ย. 2026 · อ่าน 12 นาที

ดำเนินการโดย ASN Broker นายหน้าวินาศภัย ว00027/2548

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ และ ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

ประกันภาคสมัครใจ คือประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถเลือกทำเองเพิ่มจาก พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองสิ่งที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม ได้แก่ ตัวรถของคุณ รถและทรัพย์สินของคู่กรณี และความรับผิดต่อชีวิตร่างกายของบุคคลภายนอกในวงเงินที่สูงขึ้น ต่างจาก พ.ร.บ. ซึ่งเป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมายที่คุ้มครองเฉพาะ "คน" ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถ ไม่คุ้มครองรถหรือทรัพย์สินใด ๆ เลย ประกันภาคสมัครใจแบ่งเป็นชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 ซึ่งต่างกันตรงที่รถของคุณเองได้รับความคุ้มครองในกรณีไหนบ้าง และนั่นคือสิ่งที่ต้องตัดสินใจก่อนเลือกบริษัท

ถ้าคุณกำลังจะซื้อประกันรถยนต์ครั้งแรก หรือกำลังจะต่ออายุแล้วอยากรู้ว่าที่จ่ายอยู่คุ้มครองอะไรบ้าง บทความนี้สรุปให้ครบในหน้าเดียว เริ่มจากความต่างระหว่างภาคบังคับกับภาคสมัครใจ ตารางเทียบความคุ้มครองแต่ละชั้น วิธีเลือกชั้นให้ตรงกับรถของคุณ ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยสูงหรือต่ำ และจบด้วยวิธีเช็คเบี้ยจากหลายบริษัทในที่เดียว

ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับประกันภาคสมัครใจ ต่างกันยังไง

พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นสองชั้นของความคุ้มครองที่ทำงานคนละหน้าที่ พ.ร.บ. เป็นพื้นฐานที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี ส่วนประกันภาคสมัครใจเป็นชั้นที่คุณเติมเข้ามาเพื่อปิดความเสี่ยงส่วนที่เหลือ ตารางนี้สรุปความต่างที่ควรรู้ก่อนซื้อ

หัวข้อพ.ร.บ. (ประกันภาคบังคับ)ประกันภาคสมัครใจ
กฎหมายบังคับไหมบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 รถทุกคันต้องมีจึงจะต่อภาษีประจำปีได้ไม่บังคับ เจ้าของรถเลือกทำเอง (รถที่ยังผ่อน ไฟแนนซ์มักกำหนดให้ทำชั้น 1 ตามสัญญา)
คุ้มครองใครคนที่ประสบภัยจากรถ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกคู่กรณีและบุคคลภายนอก รถของคุณ (ตามชั้น) และผู้ขับขี่กับผู้โดยสารตามที่กรมธรรม์ระบุ
คุ้มครองอะไรค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ตามวงเงินที่ คปภ. กำหนด (กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูงสุด 500,000 บาทต่อคน)ค่าซ่อมรถคู่กรณีและทรัพย์สินที่เสียหาย ค่าซ่อมรถของคุณ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล ประกันตัวผู้ขับขี่
ไม่คุ้มครองอะไรตัวรถและทรัพย์สินทุกชนิด ไม่ว่าของคุณหรือของคู่กรณีขึ้นอยู่กับชั้นที่เลือกและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ เช่น ชั้น 3 ไม่คุ้มครองตัวรถของคุณ
เบี้ยประกันอัตราคงที่ตามประเภทรถ กำหนดโดย คปภ. ทุกบริษัทเท่ากันขึ้นอยู่กับชั้น รุ่นรถ อายุรถ ผู้ขับขี่ ประเภทการซ่อม และบริษัทที่เลือก แต่ละบริษัทคิดไม่เท่ากัน
ซื้อที่ไหนบริษัทประกันวินาศภัย นายหน้าประกันภัย หรือช่องทางออนไลน์บริษัทประกันวินาศภัยโดยตรง หรือผ่านนายหน้าประกันภัยที่เทียบหลายบริษัทให้ในที่เดียว

จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่ามี พ.ร.บ. แล้ว "มีประกันแล้ว" ความจริงคือถ้ารถคุณชนรถคู่กรณีโดยมีแค่ พ.ร.บ. สิ่งที่ พ.ร.บ. จ่ายคือค่ารักษาพยาบาลของคนที่บาดเจ็บเท่านั้น ค่าซ่อมรถของเขาและค่าซ่อมรถของคุณต้องออกเองทั้งหมด ประกันภาคสมัครใจจึงไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นตัวกำหนดว่าวันที่เกิดเหตุ คุณจะจ่ายเองกี่บาท

ประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอะไรบ้าง เทียบชั้น 1 · 2+ · 3+ · 3

ทุกชั้นของประกันภาคสมัครใจคุ้มครอง "คู่กรณี" เหมือนกัน คือความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก สิ่งที่ทำให้แต่ละชั้นต่างกันคือ "รถของคุณเอง" ได้รับความคุ้มครองในกรณีไหนบ้าง ตารางนี้ใช้เลือกชั้นเท่านั้น วงเงินคุ้มครองแต่ละรายการต่างกันตามแผนของแต่ละบริษัท ต้องเทียบอีกครั้งตอนดูแผนจริง

ความคุ้มครองชั้น 1ชั้น 2+ชั้น 3+ชั้น 3
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย บุคคลภายนอก (ส่วนเกินจาก พ.ร.บ.)คุ้มครองคุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก (รถคู่กรณี ทรัพย์สิน)คุ้มครองคุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
รถของคุณ ชนกับยานพาหนะทางบก ระบุคู่กรณีได้คุ้มครองคุ้มครองคุ้มครองไม่คุ้มครอง
รถของคุณ ชนโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ตกข้างทาง ถูกเฉี่ยวแล้วหนีคุ้มครองไม่คุ้มครองไม่คุ้มครองไม่คุ้มครอง
รถหาย ไฟไหม้คุ้มครองคุ้มครองไม่คุ้มครองไม่คุ้มครอง
น้ำท่วม ภัยธรรมชาติคุ้มครอง (ตามเงื่อนไขแผน)บางแผน ต้องเช็คส่วนใหญ่ไม่คุ้มครองไม่คุ้มครอง
อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล ประกันตัวผู้ขับขี่คุ้มครองคุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง (ตามแผน)

ชั้น 1 คุ้มครองครบที่สุดในบรรดาทุกชั้น

ชั้น 1 คุ้มครองรถของคุณแทบทุกกรณี รวมถึงชนแบบไม่มีคู่กรณี ชนสิ่งของ รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมตามเงื่อนไขของแผน จึงเป็นชั้นที่เหมาะกับรถใหม่ รถที่ยังผ่อน และรถที่ใช้งานทุกวันในเมือง สิ่งที่ต้องอ่านให้ครบในแผนชั้น 1 คือ ทุนประกันของตัวรถ ประเภทการซ่อม (ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง) และค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณต้องร่วมจ่ายในบางกรณี เพราะสามอย่างนี้คือสิ่งที่ทำให้แผนชั้น 1 สองแผนที่ชื่อเหมือนกันต่างกันได้มาก

ชั้น 2+ คุ้มครองรถของคุณเมื่อชนแบบมีคู่กรณี บวกรถหายไฟไหม้

ชั้น 2+ คุ้มครองรถของคุณเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้ พร้อมคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองกรณีชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสาหรือถูกเฉี่ยวแล้วคู่กรณีหนี บางแผนมีน้ำท่วมให้เลือกเพิ่ม ชั้นนี้เป็นจุดสมดุลที่คนต่ออายุประกันจำนวนมากเลือกเมื่อรถเริ่มมีอายุและมูลค่าลดลง เราเทียบสองชั้นนี้ไว้ละเอียดใน ประกันชั้น 1 vs ชั้น 2+ คุ้มครองต่างกันตรงไหน เทียบเบี้ย

ชั้น 3+ คุ้มครองรถของคุณเฉพาะชนแบบมีคู่กรณี

ชั้น 3+ คุ้มครองรถของคุณเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้เท่านั้น ไม่คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ หรือชนแบบไม่มีคู่กรณี เบี้ยจึงเบากว่าชั้น 2+ เหมาะกับรถที่มีอายุมาก ใช้งานน้อย และจอดในที่ปลอดภัย

ชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ไม่คุ้มครองรถของคุณ

ชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี ไม่คุ้มครองตัวรถของคุณจากการชนเลย เป็นชั้นที่มีเบี้ยเบาที่สุดในบรรดาชั้นของประกันภาคสมัครใจ เหมาะกับรถเก่าที่มูลค่าเหลือน้อย หรือรถคันที่สองที่แทบไม่ได้ใช้ แต่ยังต้องการความคุ้มครองไม่ให้ต้องควักเงินซ่อมรถคู่กรณีเอง

ส่วนชั้น 2 (ไม่มีบวก) คือชั้น 3 ที่เพิ่มรถหายและไฟไหม้เข้ามา แต่ไม่คุ้มครองรถของคุณจากการชน ปัจจุบันมีขายน้อยลง เพราะคนส่วนใหญ่เลือกชั้น 2+ ที่เพิ่มการชนแบบมีคู่กรณีเข้ามาแทน

เลือกชั้นไหนดี เหมาะกับรถแบบไหน

คำตอบขึ้นอยู่กับสามอย่าง คืออายุและมูลค่าของรถ วิธีใช้งาน และเงินที่คุณพร้อมจ่ายเองถ้าเกิดเหตุ ลองไล่ตามสถานการณ์ด้านล่าง

  • รถใหม่ป้ายแดง หรือรถที่ยังผ่อนอยู่ เริ่มพิจารณาจากชั้น 1 เพราะมูลค่ารถสูง ค่าซ่อมแพง และไฟแนนซ์ส่วนใหญ่กำหนดไว้ในสัญญา อ่านเหตุผลเชิงลึกได้ที่ รถใหม่ป้ายแดง รถยังผ่อนอยู่ ทำไมควรทำประกันชั้น 1

  • รถอายุราว 5–10 ปี ผ่อนหมดแล้ว มูลค่าลดลง ชั้น 2+ มักเป็นจุดสมดุลระหว่างเบี้ยกับความคุ้มครอง ได้ทั้งการชนแบบมีคู่กรณี รถหาย และไฟไหม้ ส่วนถ้ายังขับทุกวันในเมืองที่มีโอกาสเฉี่ยวชนแบบหาคู่กรณีไม่ได้ ชั้น 1 ยังเป็นตัวเลือกที่ควรเทียบเบี้ยดู

  • รถอายุมาก ใช้งานน้อย จอดในที่ปลอดภัย ชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองรถของคุณเมื่อชนกับรถคันอื่น ในเบี้ยที่เบาลงมาก

  • รถเก่ามูลค่าเหลือน้อย หรือรถคันที่สองที่แทบไม่ได้ขับ ชั้น 3 ปิดความเสี่ยงเรื่องต้องจ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีเอง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับรถกลุ่มนี้

  • รถไฟฟ้า (EV) ให้เริ่มจากชั้น 1 และอ่านเงื่อนไขเรื่องแบตเตอรี่ให้ละเอียด เพราะแบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงและกรมธรรม์แต่ละบริษัทกำหนดเงื่อนไขการชดใช้ไม่เหมือนกัน

ก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองสามข้อ หนึ่ง ถ้ารถหายหรือเสียหายทั้งคันวันนี้ คุณรับความเสียหายนั้นเองไหวไหม สอง ในหนึ่งปีคุณขับในสภาพที่มีโอกาสเฉี่ยวชนแบบหาคู่กรณีไม่ได้บ่อยแค่ไหน สาม เบี้ยที่ต่างกันระหว่างสองชั้นที่คุณลังเล คุ้มกับความคุ้มครองที่ได้เพิ่มหรือไม่ ถ้าตอบครบ ชั้นที่เหมาะกับคุณจะแคบลงเหลือหนึ่งหรือสองตัวเลือก จากนั้นจึงค่อยเลือกบริษัท ซึ่งเราสรุปเกณฑ์ไว้ใน ประกันรถยนต์ ที่ไหนดี 5 เกณฑ์เลือกให้ตรงกับรถคุณ

เบี้ยประกันภาคสมัครใจขึ้นอยู่กับอะไร

เบี้ยประกันภาคสมัครใจไม่ใช่อัตราคงที่แบบ พ.ร.บ. แต่ละบริษัทคำนวณจากความเสี่ยงของรถและผู้ขับขี่ ปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยสูงหรือต่ำมีดังนี้

  1. ชั้นความคุ้มครอง ชั้น 1 มีเบี้ยสูงที่สุดในบรรดาชั้นทั้งหมดเพราะคุ้มครองครบ ไล่ลงมาเป็นชั้น 2+, 3+ และชั้น 3 ตามลำดับ

  2. ยี่ห้อ รุ่น และปีรถ รถที่อะไหล่แพง ค่าซ่อมสูง หรือมีสถิติเคลมสูง เบี้ยจะสูงตาม

  3. ทุนประกัน วงเงินสูงสุดที่บริษัทจ่ายกรณีรถเสียหายทั้งคันหรือรถหาย ยิ่งทุนสูง เบี้ยยิ่งสูง

  4. ประเภทการซ่อม ซ่อมห้าง (ศูนย์บริการของยี่ห้อรถ) มีเบี้ยสูงกว่าซ่อมอู่ในเครือของบริษัทประกันสำหรับรถรุ่นเดียวกัน

  5. ค่าเสียหายส่วนแรก ถ้าคุณเลือกรับผิดชอบส่วนแรกเองมากขึ้น เบี้ยจะลดลง

  6. ประวัติการขับขี่และการเคลม ปีที่ไม่มีเคลมทำให้ได้ส่วนลดประวัติดีเมื่อต่ออายุ ในทางกลับกัน ประวัติเคลมบ่อยทำให้เบี้ยสูงขึ้น

  7. การระบุชื่อผู้ขับขี่ ระบุชื่อผู้ขับขี่ที่มีอายุและประสบการณ์ตามเกณฑ์ของบริษัท มักได้เบี้ยที่ลดลง แต่หากคนที่ไม่ได้ระบุชื่อขับแล้วเกิดเหตุ อาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มตามเงื่อนไข

  8. บริษัทที่เลือก รถคันเดียวกัน ชั้นเดียวกัน แต่ละบริษัทให้เบี้ยไม่เท่ากัน เพราะประเมินความเสี่ยงและต้นทุนต่างกัน

ตัวเลขเบี้ยที่เห็นในโฆษณาจึงมักเป็นเบี้ยเริ่มต้นของรถบางรุ่นในเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ใช่เบี้ยของรถคุณ วิธีเดียวที่จะรู้ตัวเลขจริงคือกรอกข้อมูลรถของคุณเองแล้วดูเบี้ยจากหลายบริษัทเทียบกันในเงื่อนไขเดียวกัน อ่านวิธีเช็คแบบละเอียดได้ที่ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ยังไง เบี้ยคิดจากอะไรบ้าง และถ้าสงสัยว่าทำไมเพื่อนที่ขับรถรุ่นเดียวกันจ่ายไม่เท่าคุณ คำตอบอยู่ใน ทำไมรถรุ่นเดียวกัน เบี้ยประกันต่างกัน เจาะลึก 7 ปัจจัยสำคัญ

3 ขั้นตอนเช็คเบี้ยประกันภาคสมัครใจกับ OOHOO.io

OOHOO.io เป็นนายหน้าประกันภัยออนไลน์ที่ดึงเบี้ยจากหลายบริษัทมาแสดงในหน้าเดียว คุณเทียบชั้น ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขซ่อมได้เอง โดยไม่ต้องรอเซลส์เพื่อรู้เบี้ย ขั้นตอนมีแค่สามขั้น

  1. กรอกข้อมูลรถ เลือกประเภทพลังงาน ยี่ห้อ ปีรถ รุ่น และรุ่นย่อย ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

  2. เลือกชั้นที่อยากเทียบ เลือกชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ได้พร้อมกันหลายชั้น ระบบจะแสดงแผนของแต่ละชั้นเคียงข้างกัน ให้เห็นว่าเบี้ยที่ต่างกันแลกกับความคุ้มครองอะไร

  3. ดูเบี้ยและเลือกแผน เทียบเบี้ย ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และประเภทการซ่อมจากหลายบริษัทในเงื่อนไขเดียวกัน เลือกแผนที่ตรงกับรถของคุณ ผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ขึ้นอยู่กับแผน และเช็คเบี้ยฟรี 24 ชั่วโมง

ถ้าอยากให้ที่ปรึกษาช่วยดูแผนก่อนตัดสินใจ ทักมาได้ที่ LINE @oohoo ทีมงานช่วยอธิบายเงื่อนไขของแต่ละแผนให้เข้าใจก่อนซื้อ

เช็คเบี้ยประกันภาคสมัครใจของรถคุณวันนี้

คุณรู้แล้วว่าประกันภาคสมัครใจคืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ตรงไหน และชั้นไหนเหมาะกับรถของคุณ ขั้นต่อไปคือเห็นตัวเลขจริง กรอกข้อมูลรถครั้งเดียว ระบบจะแสดงเบี้ยจากหลายบริษัทในหน้าเดียว เทียบทุนประกันคู่กับเบี้ยได้ทันที เลือกแผนที่ตรงกับรถของคุณแล้วซื้อออนไลน์ได้เลย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ OOHOO.io


OOHOO.io ไม่ใช่บริษัทประกันภัย เบี้ยประกันและเงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งกำหนด ตัวอย่างเบี้ยที่แสดงในระบบเป็นประมาณการ ราคาจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกัน โปรดอ่านรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกัน หากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประกันภัย ติดต่อสำนักงาน คปภ. สายด่วน 1186

OOHOO.io โดย บมจ. เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ นายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาต ว00027/2548

แชร์บทความนี้:
OOHOO Verified Educational Content

คำถามที่พบบ่อย

มี พ.ร.บ. แล้ว จำเป็นต้องทำประกันภาคสมัครใจไหม

กฎหมายไม่บังคับ แต่ พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยของคนที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่คุ้มครองรถของคุณ รถของคู่กรณี หรือทรัพย์สินใด ๆ ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด ค่าซ่อมรถทั้งสองคันต้องจ่ายเองทั้งหมด ประกันภาคสมัครใจอย่างน้อยชั้น 3 จึงเป็นสิ่งที่ควรมีสำหรับรถที่ยังใช้งานอยู่

ประกันภาคสมัครใจ ซื้อพร้อม พ.ร.บ. ได้ไหม

ได้ และเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะกำหนดวันเริ่มคุ้มครองให้ตรงกันได้ และไม่ต้องจำวันหมดอายุสองวัน แต่ทั้งสองอย่างเป็นกรมธรรม์คนละฉบับ จะซื้อแยกกันคนละบริษัทหรือคนละเวลาก็ได้เช่นกัน

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันตรงไหน

ทั้งสองชั้นคุ้มครองรถของคุณเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้เหมือนกัน สิ่งที่ชั้น 2+ มีเพิ่มคือความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ ซึ่งชั้น 3+ ไม่มี ถ้ารถของคุณจอดในที่ที่มีความเสี่ยงเรื่องรถหาย หรือมูลค่ารถยังสูงพอที่การสูญเสียทั้งคันจะกระทบการเงิน ชั้น 2+ คุ้มค่ากับเบี้ยส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม

รถอายุ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม

ได้ในหลายบริษัท แต่แต่ละบริษัทกำหนดอายุรถสูงสุดที่รับทำชั้น 1 ไม่เท่ากัน และรถอายุมากมักถูกกำหนดให้ซ่อมอู่แทนซ่อมห้าง ทุนประกันก็จะลดลงตามมูลค่าตลาดของรถ วิธีที่ตรงที่สุดคือกรอกข้อมูลรถแล้วดูว่าบริษัทไหนรับชั้น 1 สำหรับรถของคุณบ้าง แล้วเทียบกับแผนชั้น 2+ ของบริษัทเดียวกันว่าเบี้ยต่างกันแค่ไหน

ซื้อประกันภาคสมัครใจผ่านนายหน้าออนไลน์ปลอดภัยไหม

ปลอดภัยเมื่อนายหน้ามีใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยจาก คปภ. และกรมธรรม์ที่ได้รับออกในนามบริษัทประกันภัย คุณตรวจสอบได้สองทาง คือเลขใบอนุญาตที่แสดงบนเว็บไซต์ของนายหน้า และเลขกรมธรรม์ที่ยืนยันกับบริษัทประกันภัยได้โดยตรง OOHOO.io เป็นนายหน้าประกันภัยที่มีใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 กรมธรรม์ที่คุณได้รับเป็นของบริษัทประกันภัยที่คุณเลือก และบริษัทนั้นเป็นผู้รับผิดชอบค่าสินไหม

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายตอนเทียบ

เทียบหลายบริษัท ผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ความคุ้มครองเริ่มหลังชำระงวดแรก

*เงื่อนไขผ่อน 0% เป็นไปตามที่บริษัทฯ / สถาบันการเงินกำหนด

เปรียบเทียบเบี้ยเลย