ประกันรถยนต์ภาคบังคับ และ ประกันภาคสมัครใจ คืออะไร ต่างกันอย่างไร?
OOHOO Team · 8 ก.ย. 2026 · อ่าน 12 นาที
ดำเนินการโดย ASN Broker นายหน้าวินาศภัย ว00027/2548

ประกันภาคสมัครใจ คือประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถเลือกทำเองเพิ่มจาก พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองสิ่งที่ พ.ร.บ. ไม่ครอบคลุม ได้แก่ ตัวรถของคุณ รถและทรัพย์สินของคู่กรณี และความรับผิดต่อชีวิตร่างกายของบุคคลภายนอกในวงเงินที่สูงขึ้น ต่างจาก พ.ร.บ. ซึ่งเป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมายที่คุ้มครองเฉพาะ "คน" ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถ ไม่คุ้มครองรถหรือทรัพย์สินใด ๆ เลย ประกันภาคสมัครใจแบ่งเป็นชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 ซึ่งต่างกันตรงที่รถของคุณเองได้รับความคุ้มครองในกรณีไหนบ้าง และนั่นคือสิ่งที่ต้องตัดสินใจก่อนเลือกบริษัท
ถ้าคุณกำลังจะซื้อประกันรถยนต์ครั้งแรก หรือกำลังจะต่ออายุแล้วอยากรู้ว่าที่จ่ายอยู่คุ้มครองอะไรบ้าง บทความนี้สรุปให้ครบในหน้าเดียว เริ่มจากความต่างระหว่างภาคบังคับกับภาคสมัครใจ ตารางเทียบความคุ้มครองแต่ละชั้น วิธีเลือกชั้นให้ตรงกับรถของคุณ ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยสูงหรือต่ำ และจบด้วยวิธีเช็คเบี้ยจากหลายบริษัทในที่เดียว
ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับประกันภาคสมัครใจ ต่างกันยังไง
พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นสองชั้นของความคุ้มครองที่ทำงานคนละหน้าที่ พ.ร.บ. เป็นพื้นฐานที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี ส่วนประกันภาคสมัครใจเป็นชั้นที่คุณเติมเข้ามาเพื่อปิดความเสี่ยงส่วนที่เหลือ ตารางนี้สรุปความต่างที่ควรรู้ก่อนซื้อ
| หัวข้อ | พ.ร.บ. (ประกันภาคบังคับ) | ประกันภาคสมัครใจ |
|---|---|---|
| กฎหมายบังคับไหม | บังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 รถทุกคันต้องมีจึงจะต่อภาษีประจำปีได้ | ไม่บังคับ เจ้าของรถเลือกทำเอง (รถที่ยังผ่อน ไฟแนนซ์มักกำหนดให้ทำชั้น 1 ตามสัญญา) |
| คุ้มครองใคร | คนที่ประสบภัยจากรถ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก | คู่กรณีและบุคคลภายนอก รถของคุณ (ตามชั้น) และผู้ขับขี่กับผู้โดยสารตามที่กรมธรรม์ระบุ |
| คุ้มครองอะไร | ค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ตามวงเงินที่ คปภ. กำหนด (กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สูงสุด 500,000 บาทต่อคน) | ค่าซ่อมรถคู่กรณีและทรัพย์สินที่เสียหาย ค่าซ่อมรถของคุณ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล ประกันตัวผู้ขับขี่ |
| ไม่คุ้มครองอะไร | ตัวรถและทรัพย์สินทุกชนิด ไม่ว่าของคุณหรือของคู่กรณี | ขึ้นอยู่กับชั้นที่เลือกและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ เช่น ชั้น 3 ไม่คุ้มครองตัวรถของคุณ |
| เบี้ยประกัน | อัตราคงที่ตามประเภทรถ กำหนดโดย คปภ. ทุกบริษัทเท่ากัน | ขึ้นอยู่กับชั้น รุ่นรถ อายุรถ ผู้ขับขี่ ประเภทการซ่อม และบริษัทที่เลือก แต่ละบริษัทคิดไม่เท่ากัน |
| ซื้อที่ไหน | บริษัทประกันวินาศภัย นายหน้าประกันภัย หรือช่องทางออนไลน์ | บริษัทประกันวินาศภัยโดยตรง หรือผ่านนายหน้าประกันภัยที่เทียบหลายบริษัทให้ในที่เดียว |
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่ามี พ.ร.บ. แล้ว "มีประกันแล้ว" ความจริงคือถ้ารถคุณชนรถคู่กรณีโดยมีแค่ พ.ร.บ. สิ่งที่ พ.ร.บ. จ่ายคือค่ารักษาพยาบาลของคนที่บาดเจ็บเท่านั้น ค่าซ่อมรถของเขาและค่าซ่อมรถของคุณต้องออกเองทั้งหมด ประกันภาคสมัครใจจึงไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นตัวกำหนดว่าวันที่เกิดเหตุ คุณจะจ่ายเองกี่บาท
ประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอะไรบ้าง เทียบชั้น 1 · 2+ · 3+ · 3
ทุกชั้นของประกันภาคสมัครใจคุ้มครอง "คู่กรณี" เหมือนกัน คือความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก สิ่งที่ทำให้แต่ละชั้นต่างกันคือ "รถของคุณเอง" ได้รับความคุ้มครองในกรณีไหนบ้าง ตารางนี้ใช้เลือกชั้นเท่านั้น วงเงินคุ้มครองแต่ละรายการต่างกันตามแผนของแต่ละบริษัท ต้องเทียบอีกครั้งตอนดูแผนจริง
| ความคุ้มครอง | ชั้น 1 | ชั้น 2+ | ชั้น 3+ | ชั้น 3 |
|---|---|---|---|---|
| ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย บุคคลภายนอก (ส่วนเกินจาก พ.ร.บ.) | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก (รถคู่กรณี ทรัพย์สิน) | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| รถของคุณ ชนกับยานพาหนะทางบก ระบุคู่กรณีได้ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| รถของคุณ ชนโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ตกข้างทาง ถูกเฉี่ยวแล้วหนี | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| รถหาย ไฟไหม้ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ | คุ้มครอง (ตามเงื่อนไขแผน) | บางแผน ต้องเช็ค | ส่วนใหญ่ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล ประกันตัวผู้ขับขี่ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง (ตามแผน) |
ชั้น 1 คุ้มครองครบที่สุดในบรรดาทุกชั้น
ชั้น 1 คุ้มครองรถของคุณแทบทุกกรณี รวมถึงชนแบบไม่มีคู่กรณี ชนสิ่งของ รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมตามเงื่อนไขของแผน จึงเป็นชั้นที่เหมาะกับรถใหม่ รถที่ยังผ่อน และรถที่ใช้งานทุกวันในเมือง สิ่งที่ต้องอ่านให้ครบในแผนชั้น 1 คือ ทุนประกันของตัวรถ ประเภทการซ่อม (ซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง) และค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณต้องร่วมจ่ายในบางกรณี เพราะสามอย่างนี้คือสิ่งที่ทำให้แผนชั้น 1 สองแผนที่ชื่อเหมือนกันต่างกันได้มาก
ชั้น 2+ คุ้มครองรถของคุณเมื่อชนแบบมีคู่กรณี บวกรถหายไฟไหม้
ชั้น 2+ คุ้มครองรถของคุณเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้ พร้อมคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองกรณีชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสาหรือถูกเฉี่ยวแล้วคู่กรณีหนี บางแผนมีน้ำท่วมให้เลือกเพิ่ม ชั้นนี้เป็นจุดสมดุลที่คนต่ออายุประกันจำนวนมากเลือกเมื่อรถเริ่มมีอายุและมูลค่าลดลง เราเทียบสองชั้นนี้ไว้ละเอียดใน ประกันชั้น 1 vs ชั้น 2+ คุ้มครองต่างกันตรงไหน เทียบเบี้ย
ชั้น 3+ คุ้มครองรถของคุณเฉพาะชนแบบมีคู่กรณี
ชั้น 3+ คุ้มครองรถของคุณเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้เท่านั้น ไม่คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ หรือชนแบบไม่มีคู่กรณี เบี้ยจึงเบากว่าชั้น 2+ เหมาะกับรถที่มีอายุมาก ใช้งานน้อย และจอดในที่ปลอดภัย
ชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ไม่คุ้มครองรถของคุณ
ชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี ไม่คุ้มครองตัวรถของคุณจากการชนเลย เป็นชั้นที่มีเบี้ยเบาที่สุดในบรรดาชั้นของประกันภาคสมัครใจ เหมาะกับรถเก่าที่มูลค่าเหลือน้อย หรือรถคันที่สองที่แทบไม่ได้ใช้ แต่ยังต้องการความคุ้มครองไม่ให้ต้องควักเงินซ่อมรถคู่กรณีเอง
ส่วนชั้น 2 (ไม่มีบวก) คือชั้น 3 ที่เพิ่มรถหายและไฟไหม้เข้ามา แต่ไม่คุ้มครองรถของคุณจากการชน ปัจจุบันมีขายน้อยลง เพราะคนส่วนใหญ่เลือกชั้น 2+ ที่เพิ่มการชนแบบมีคู่กรณีเข้ามาแทน
เลือกชั้นไหนดี เหมาะกับรถแบบไหน
คำตอบขึ้นอยู่กับสามอย่าง คืออายุและมูลค่าของรถ วิธีใช้งาน และเงินที่คุณพร้อมจ่ายเองถ้าเกิดเหตุ ลองไล่ตามสถานการณ์ด้านล่าง
รถใหม่ป้ายแดง หรือรถที่ยังผ่อนอยู่ เริ่มพิจารณาจากชั้น 1 เพราะมูลค่ารถสูง ค่าซ่อมแพง และไฟแนนซ์ส่วนใหญ่กำหนดไว้ในสัญญา อ่านเหตุผลเชิงลึกได้ที่ รถใหม่ป้ายแดง รถยังผ่อนอยู่ ทำไมควรทำประกันชั้น 1
รถอายุราว 5–10 ปี ผ่อนหมดแล้ว มูลค่าลดลง ชั้น 2+ มักเป็นจุดสมดุลระหว่างเบี้ยกับความคุ้มครอง ได้ทั้งการชนแบบมีคู่กรณี รถหาย และไฟไหม้ ส่วนถ้ายังขับทุกวันในเมืองที่มีโอกาสเฉี่ยวชนแบบหาคู่กรณีไม่ได้ ชั้น 1 ยังเป็นตัวเลือกที่ควรเทียบเบี้ยดู
รถอายุมาก ใช้งานน้อย จอดในที่ปลอดภัย ชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองรถของคุณเมื่อชนกับรถคันอื่น ในเบี้ยที่เบาลงมาก
รถเก่ามูลค่าเหลือน้อย หรือรถคันที่สองที่แทบไม่ได้ขับ ชั้น 3 ปิดความเสี่ยงเรื่องต้องจ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีเอง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับรถกลุ่มนี้
รถไฟฟ้า (EV) ให้เริ่มจากชั้น 1 และอ่านเงื่อนไขเรื่องแบตเตอรี่ให้ละเอียด เพราะแบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงและกรมธรรม์แต่ละบริษัทกำหนดเงื่อนไขการชดใช้ไม่เหมือนกัน
ก่อนตัดสินใจ ลองถามตัวเองสามข้อ หนึ่ง ถ้ารถหายหรือเสียหายทั้งคันวันนี้ คุณรับความเสียหายนั้นเองไหวไหม สอง ในหนึ่งปีคุณขับในสภาพที่มีโอกาสเฉี่ยวชนแบบหาคู่กรณีไม่ได้บ่อยแค่ไหน สาม เบี้ยที่ต่างกันระหว่างสองชั้นที่คุณลังเล คุ้มกับความคุ้มครองที่ได้เพิ่มหรือไม่ ถ้าตอบครบ ชั้นที่เหมาะกับคุณจะแคบลงเหลือหนึ่งหรือสองตัวเลือก จากนั้นจึงค่อยเลือกบริษัท ซึ่งเราสรุปเกณฑ์ไว้ใน ประกันรถยนต์ ที่ไหนดี 5 เกณฑ์เลือกให้ตรงกับรถคุณ
เบี้ยประกันภาคสมัครใจขึ้นอยู่กับอะไร
เบี้ยประกันภาคสมัครใจไม่ใช่อัตราคงที่แบบ พ.ร.บ. แต่ละบริษัทคำนวณจากความเสี่ยงของรถและผู้ขับขี่ ปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยสูงหรือต่ำมีดังนี้
ชั้นความคุ้มครอง ชั้น 1 มีเบี้ยสูงที่สุดในบรรดาชั้นทั้งหมดเพราะคุ้มครองครบ ไล่ลงมาเป็นชั้น 2+, 3+ และชั้น 3 ตามลำดับ
ยี่ห้อ รุ่น และปีรถ รถที่อะไหล่แพง ค่าซ่อมสูง หรือมีสถิติเคลมสูง เบี้ยจะสูงตาม
ทุนประกัน วงเงินสูงสุดที่บริษัทจ่ายกรณีรถเสียหายทั้งคันหรือรถหาย ยิ่งทุนสูง เบี้ยยิ่งสูง
ประเภทการซ่อม ซ่อมห้าง (ศูนย์บริการของยี่ห้อรถ) มีเบี้ยสูงกว่าซ่อมอู่ในเครือของบริษัทประกันสำหรับรถรุ่นเดียวกัน
ค่าเสียหายส่วนแรก ถ้าคุณเลือกรับผิดชอบส่วนแรกเองมากขึ้น เบี้ยจะลดลง
ประวัติการขับขี่และการเคลม ปีที่ไม่มีเคลมทำให้ได้ส่วนลดประวัติดีเมื่อต่ออายุ ในทางกลับกัน ประวัติเคลมบ่อยทำให้เบี้ยสูงขึ้น
การระบุชื่อผู้ขับขี่ ระบุชื่อผู้ขับขี่ที่มีอายุและประสบการณ์ตามเกณฑ์ของบริษัท มักได้เบี้ยที่ลดลง แต่หากคนที่ไม่ได้ระบุชื่อขับแล้วเกิดเหตุ อาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มตามเงื่อนไข
บริษัทที่เลือก รถคันเดียวกัน ชั้นเดียวกัน แต่ละบริษัทให้เบี้ยไม่เท่ากัน เพราะประเมินความเสี่ยงและต้นทุนต่างกัน
ตัวเลขเบี้ยที่เห็นในโฆษณาจึงมักเป็นเบี้ยเริ่มต้นของรถบางรุ่นในเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ใช่เบี้ยของรถคุณ วิธีเดียวที่จะรู้ตัวเลขจริงคือกรอกข้อมูลรถของคุณเองแล้วดูเบี้ยจากหลายบริษัทเทียบกันในเงื่อนไขเดียวกัน อ่านวิธีเช็คแบบละเอียดได้ที่ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ยังไง เบี้ยคิดจากอะไรบ้าง และถ้าสงสัยว่าทำไมเพื่อนที่ขับรถรุ่นเดียวกันจ่ายไม่เท่าคุณ คำตอบอยู่ใน ทำไมรถรุ่นเดียวกัน เบี้ยประกันต่างกัน เจาะลึก 7 ปัจจัยสำคัญ
3 ขั้นตอนเช็คเบี้ยประกันภาคสมัครใจกับ OOHOO.io
OOHOO.io เป็นนายหน้าประกันภัยออนไลน์ที่ดึงเบี้ยจากหลายบริษัทมาแสดงในหน้าเดียว คุณเทียบชั้น ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขซ่อมได้เอง โดยไม่ต้องรอเซลส์เพื่อรู้เบี้ย ขั้นตอนมีแค่สามขั้น
กรอกข้อมูลรถ เลือกประเภทพลังงาน ยี่ห้อ ปีรถ รุ่น และรุ่นย่อย ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
เลือกชั้นที่อยากเทียบ เลือกชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ได้พร้อมกันหลายชั้น ระบบจะแสดงแผนของแต่ละชั้นเคียงข้างกัน ให้เห็นว่าเบี้ยที่ต่างกันแลกกับความคุ้มครองอะไร
ดูเบี้ยและเลือกแผน เทียบเบี้ย ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และประเภทการซ่อมจากหลายบริษัทในเงื่อนไขเดียวกัน เลือกแผนที่ตรงกับรถของคุณ ผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ขึ้นอยู่กับแผน และเช็คเบี้ยฟรี 24 ชั่วโมง
ถ้าอยากให้ที่ปรึกษาช่วยดูแผนก่อนตัดสินใจ ทักมาได้ที่ LINE @oohoo ทีมงานช่วยอธิบายเงื่อนไขของแต่ละแผนให้เข้าใจก่อนซื้อ
เช็คเบี้ยประกันภาคสมัครใจของรถคุณวันนี้
คุณรู้แล้วว่าประกันภาคสมัครใจคืออะไร ต่างจาก พ.ร.บ. ตรงไหน และชั้นไหนเหมาะกับรถของคุณ ขั้นต่อไปคือเห็นตัวเลขจริง กรอกข้อมูลรถครั้งเดียว ระบบจะแสดงเบี้ยจากหลายบริษัทในหน้าเดียว เทียบทุนประกันคู่กับเบี้ยได้ทันที เลือกแผนที่ตรงกับรถของคุณแล้วซื้อออนไลน์ได้เลย
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ OOHOO.io
OOHOO.io ไม่ใช่บริษัทประกันภัย เบี้ยประกันและเงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งกำหนด ตัวอย่างเบี้ยที่แสดงในระบบเป็นประมาณการ ราคาจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกัน โปรดอ่านรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกัน หากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประกันภัย ติดต่อสำนักงาน คปภ. สายด่วน 1186
OOHOO.io โดย บมจ. เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ นายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาต ว00027/2548