เช็คราคาประกันรถยนต์ไฟฟ้าของคุณ

ประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ OOHOO.io มีบริษัทใดบ้าง

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ฟรี! 24 ชม. ให้คุณเลือกได้จาก 24 บริษัทประกันชั้นนำ เพื่อให้คุณได้ราคาความคุ้มครองดีที่สุด

ทำไมต้องทำประกันรถยนต์ไฟฟ้า ชั้น 1

ประกันรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 หรือประกันรถยนต์ EV ชั้น 1 คือ ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองมากที่สุด ทั้งอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีและไม่คู่กรณี ครอบคลุมทั้งตัวรถยนต์ ร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน ค่ารักษาพยาบาล ให้ทั้งของเราและคู่กรณี และยังคุ้มครองจากการขโมยและภัยธรรมชาติ เช่น รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม อีกด้วย

ประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ OOHOO.io มีบริษัทใดบ้าง

4 ขั้นตอนการซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่อู้หู

check-compare

เช็คราคาประกัน

เปรียบเทียบเบี้ยประกัน
ง่ายๆ 24 ชั่วโมง

fill

กรอกข้อมูล

รายละเอียดผู้เอาประกัน
และข้อมูลรถ

payment

จ่ายเบี้ยประกัน

เลือกชำระเบี้ยประกันแบบเงินสด
หรือบัตรเครดิต

protection

รับความคุ้มครอง

รับกรมธรรม์ผ่านช่องทาง
ออนไลน์

พันธมิตรบริษัทประกันรถยนต์ชั้นนำ 24 บริษัทของเรา

OOHOO.io รวมประกันรถยนต์ ที่คัดสรรมาแล้วจากบริษัทประกันชั้นนำกว่า 24 บริษัท ให้คุณเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์เพียงไม่กี่ขั้นตอน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



"ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง"

ประกันรถยนต์ไฟฟ้าสุดคุ้ม ที่ดูแลมากกว่าอุบัติเหตุบนท้องถนน

ในยุคน้ำมันแพงที่ราคาพุ่งสูงเกิน 50 บาทต่อลิตร รถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นทางเลือกที่โดดเด่นในด้านความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ต่ำกว่ารถน้ำมันถึง 4-5 เท่า หรือประหยัดเงินได้หลักแสนบาทเมื่อใช้งานในระยะยาว นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้า ยังมีค่าบำรุงรักษาที่ถูกกว่าประมาณ 50% เนื่องจากโครงสร้างมอเตอร์ที่ไม่ซับซ้อนและไม่มีของเหลวที่ต้องเปลี่ยนถ่ายบ่อยเท่าเครื่องยนต์สันดาป พร้อมทั้งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เงียบและอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ต้องพิจารณาปัจจัยด้านค่าเบี้ยประกันภัยที่ยังสูงกว่ารถน้ำมัน 20-30% และการสึกหรอของยางที่ไวกว่าจากน้ำหนักตัวรถและแรงบิดมหาศาล ดังนั้น หากเป็นผู้ที่ใช้งานรถเป็นประจำและสามารถชาร์จไฟที่บ้านได้ การเปลี่ยนมาใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ในภาวะน้ำมันแพงปี 2569 นี้ ถือเป็นการลงทุนที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้อย่างมีนัยสำคัญ หากวันนี้คุณมีรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ประกันรถยนต์ไฟฟ้า

ประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV สุดคุ้ม เพราะดูแลมากกว่าอุบัติเหตุบนท้องถนน

ในปี 2569 กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ยอดนิยมอย่าง BYD, Tesla, MG หรือ NETA ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้รถอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่หลายคนยังมองข้ามคือ “ประกันรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ไม่ได้ดูแลแค่อุบัติเหตุบนท้องถนนเหมือนรถน้ำมันทั่วไป แต่ต้องครอบคลุมถึง “หัวใจของรถ EV” อย่างแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ชาร์จ OOHOO.io จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติ พร้อมเทคนิคเลือกซื้อ เปรียบเทียบ 3 บริษัทประกันชั้นนำ และสรุปแบบมืออาชีพ เพื่อช่วยให้คุณเลือกประกัน EV ได้ “คุ้มจริง ครบจริง”

สถานการณ์รถ EV ในไทยและความจำเป็นของประกันเฉพาะทาง

ปัจจุบันตลาด EV ในไทยเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30-40% ต่อปี โดยมีแรงสนับสนุนจากภาครัฐ และราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น โดยปัจจัยอ้างอิงจาก ยอดจองรถยนต์ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 (ครั้งที่ 47) สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดจองรวมสูงถึง 132,951 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 72% โดยมี รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นแรงขับเคลื่อนหลักซึ่งครองสัดส่วนยอดจองสูงถึง 76% หรือประมาณ 101,000 คัน ท่ามกลางภาวะวิกฤตราคาน้ำมันแพงที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้พลังงานทางเลือกเร็วขึ้น ในปีนี้ค่ายรถยนต์จากจีนสร้างปรากฏการณ์ครองอันดับใน Top 10 ถึง 8 อันดับ โดยมี BYD ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดจอง 17,354 คัน เบียดแชมป์ตลอดกาลอย่าง Toyota ลงไปอยู่อันดับ 2 ตามมาด้วยแบรนด์มาแรงอย่าง OMODA & JAECOO ในอันดับ 3 นอกจากนี้ยังมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปิดตัวรถกระบะไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของ Isuzu และการรุกตลาดของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ในไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคการใช้งานจริงอย่างเต็มตัวแล้ว

ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของรถ EV

ค่าแบตเตอรี่สูง (หลักแสน – หลักล้าน), ระบบไฟฟ้าซับซ้อน ซ่อมเฉพาะทาง, ความเสี่ยงจากการชาร์จไฟ (Wall Box / สถานีชาร์จ), อู่ซ่อม EV ยังมีจำกัด ดังนั้น “ประกันรถยนต์ EV” จึงต้องมีมากกว่าประกันทั่วไป

เจาะลึกความคุ้มครองที่รถ EV ต้องมี

1. ความคุ้มครองตัวรถ

ความคุ้มครองตัวรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่การดูแลเรื่อง "เฉี่ยวชน" ทั่วไป แต่ในปี 2569 มีรายละเอียดเฉพาะเจาะจงที่เจ้าของรถต้องรู้ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด

  • อุบัติเหตุ ชน พลิกคว่ำ น้ำท่วม ไฟไหม้

  • ซ่อมห้าง / อู่มาตรฐาน EV

เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีเซนเซอร์รอบคัน (ADAS) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก การซ่อมตัวถังเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ประกันรถยนต์ไฟฟ้าปี 2569 จึงเน้นการ "ซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง)" เพื่อให้มั่นใจว่าการปรับจูนเซนเซอร์หลังซ่อมจะเป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต 

2. แบตเตอรี่ (หัวใจสำคัญ)

แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญและชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ รถยนต์ไฟฟ้า โดยคิดเป็นสัดส่วนราคาถึง 40-50% ของตัวรถ ในปี 2569 เทคโนโลยีหลักที่นิยมใช้คือแบตเตอรี่ชนิด LFP (Lithium Iron Phosphate) ที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย ไม่ติดไฟง่าย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เหมาะกับสภาพอากาศร้อนในไทย และชนิด NMC (Nickel Manganese Cobalt) ที่ให้ความหนาแน่นพลังงานสูงและน้ำหนักเบา นิยมใช้ในรถรุ่นสมรรถนะสูง 

  • เปลี่ยนใหม่ / ซ่อม

  • เงื่อนไขตามอายุแบต

  • บางบริษัทให้ 100% ในช่วงแรก

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขการเคลมตามเกณฑ์ใหม่ของ คปภ. ปี 2569 ที่ระบุการชดเชยค่าแบตเตอรี่แบบหักค่าเสื่อมตามอายุการใช้งาน (เช่น ปีแรกชดเชย 100% และลดลงปีละ 10% จนเหลือ 50% เมื่อใช้งานเกิน 5 ปี) ซึ่งประกันภัยจะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือความเสียหายจากการชาร์จผ่าน Wallbox เท่านั้น แต่จะไม่ครอบคลุมการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ ดังนั้นการเลือกประกันที่ระบุเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่อย่างชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันภาระค่าใช้จ่ายหลักแสนถึงหลักล้านบาทในอนาคต

3. ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

  • ชีวิต / ร่างกาย

  • ทรัพย์สิน (รถคู่กรณี บ้าน ร้านค้า)

4. Wall Charger

  • คุ้มครองเครื่องชาร์จที่บ้าน

คุ้มครองกรณีไฟฟ้าลัดวงจรขณะชาร์จ หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้เครื่องชาร์จเสียหาย (วงเงินตามที่ระบุในกรมธรรม์ มักอยู่ที่ 50,000 - 100,000 บาท)

5. บริการเสริม (Add-on)

  • รถยก / ลาก

  • เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าห้ามลากแบบล้อหมุนเด็ดขาด ประกันเฉพาะทางจะระบุการใช้รถสไลด์เท่านั้นชาร์จฉุกเฉิน

หากรถแบตเตอรี่หมดกลางทาง ประกันจะมีบริการโมบายชาร์จเจอร์ (Mobile Charger) ไปชาร์จให้ถึงที่เพื่อให้ขับต่อไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุดได้

เปรียบเทียบ 3 ประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV ยอดนิยม

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV

5 บริษัทประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ดีที่สุด ปี 2569

  1. ธนชาตประกันภัย – แบตเตอรี่เด่นที่สุด

  2. วิริยะประกันภัย – เคลมง่าย อู่เยอะ

  3. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย – ราคาคุ้มค่า

  4. แอกซ่าประกันภัย – แผนคุ้มครองยาง/EV ครบ

  5. ทิพยประกันภัย – แบรนด์รัฐ มั่นคงสูง

เลือกประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV แบบไหนดี?

OOHOO.io คัดสรรความคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบริษัท การเลือก ประกันรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ดูราคาถูก แต่ต้องดู “ความคุ้มครองที่ใช่” โดยเฉพาะแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้า เพราะหากเกิดความเสียหาย ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าที่คิดหลายเท่า แพลตฟอร์มโบรกเกอร์อย่าง OOHOO.IO ช่วยให้คุณเปรียบเทียบหลายบริษัทในที่เดียว เลือกแผนที่เหมาะกับงบ ซื้อออนไลน์ได้ทันที อย่าปล่อยให้รถ EV ของคุณเสี่ยงโดยไม่มีแผนป้องกันที่ดี

ประกันรถยนต์ไฟฟ้าสุดคุ้ม ที่ดูแลมากกว่าอุบัติเหตุบนท้องถนน

รีวิวจากผู้ซื้อจริง

รีวิว/แชร์ประสบการณ์จากลูกค้าของเรา การันตีจากเสียงลูกค้าผู้ใช้งานจริง OOHOO.io

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) - ประกันรถยนต์

ที่ OOHOO.io คุณสามารถ เช็คราคาและเปรียบเทียบแผนประกัน จากบริษัทชั้นนำได้ทันที เลือกผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน ซื้อง่ายผ่านออนไลน์ 24 ชม. และได้รับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์คุ้มครองทัน
ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองสูงสุด ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อตัวรถยนต์ (ทั้งแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา รั้ว หรือหินดีด), กรณีรถหาย, ไฟไหม้, น้ำท่วม รวมถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ประกันรถยนต์ชั้น 1: คุ้มครองครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าคุณจะถอยชนเสาไฟฟ้า หินดีดใส่กระจกแตก หรือหาคู่กรณีไม่ได้ ประกันชั้น 1 ก็ดูแลให้ (แต่อาจมีค่าเสียหายส่วนแรกตามเงื่อนไข) ประกันรถยนต์ชั้น 2+: จะซ่อมรถเราก็ต่อเมื่อเกิดการ "ชนกับยานพาหนะทางบก" (รถชนรถ) และต้องระบุคู่กรณีได้เท่านั้นครับ ถ้าถอยชนกำแพงเอง ประกันจะไม่ซ่อมรถเรา แต่ยังซ่อมกำแพงให้คู่กรณี
สามารถเคลมได้ แต่หากเป็นการเคลมแบบไม่มีคู่กรณีที่ชัดเจน (เช่น รอยขีดข่วน หรือรอยบุบจากการใช้งาน) ปกติแล้วจะต้องจ่าย ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 - 3,000 บาท ต่อเหตุการณ์ ตามเงื่อนไขของ คปภ.
โดยทั่วไปบริษัทประกันจะรับรถยนต์อายุ 1 - 10 ปี แต่สำหรับบางบริษัทหรือบางแผนประกันที่ OOHOO เรามีดีลพิเศษที่รับรถอายุสูงสุดถึง 12-15 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพรถและประวัติการใช้งาน
ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติรวมถึงน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ปกติ หรือถ้าเสียหายหนักจนซ่อมไม่ได้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมตามทุนประกันที่ระบุไว้
ซ่อมห้าง (ซ่อมศูนย์): นำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการของยี่ห้อนั้นๆ โดยตรง มั่นใจเรื่องอะไหล่แท้และมาตรฐานช่าง แต่เบี้ยประกันจะสูงกว่า ซ่อมอู่: นำรถเข้าซ่อมกับอู่ในเครือที่บริษัทประกันรับรอง ข้อดีคือเบี้ยถูกกว่า และมักมีอู่ให้เลือกใกล้บ้านมากกว่า
คือจำนวนเงินที่เราตกลงจ่ายเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด ข้อดีคือ: ยิ่งระบุค่า Deductible สูง ค่าเบี้ยประกันก็จะยิ่งถูกลง เหมาะสำหรับคนที่ขับรถดีและต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน
OOHOO.io มีทางเลือกให้ลูกค้าเสมอ คุณสามารถเลือกผ่อนได้ทั้ง บัตรเครดิต หรือ ผ่อนเงินสด (ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้) ตามเงื่อนไขที่ระบุในแต่ละแผนประกัน เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อน
มีผล หากมีการเคลมแบบไม่มีคู่กรณีหรือเราเป็นฝ่ายผิด จะทำให้ในปีถัดไปคุณอาจไม่ได้รับ ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus) หรืออาจทำให้เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
กรณีที่ผู้ขับขี่ ไม่มีใบขับขี่ / ใบขับขี่หมดอายุ / ถูกเพิกถอน หากเกิดอุบัติเหตุประกันจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของบุคคลภายนอก แต่ ไม่คุ้มครอง ความเสียหายของรถเรา