ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท กี่ชั้น แต่ละชั้นต่างกันยังไง?
ประกันรถยนต์มี 2 ประเภท คือ ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย และประกันภาคสมัครใจ ซึ่งแบ่งหลัก ๆ เป็น 5 ชั้น คือ ชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 — ชั้น 1 คุ้มครองครอบคลุมที่สุด รวมถึงตัวรถเราแม้ไม่มีคู่กรณี · ชั้น 2+ และ 3+ คุ้มครองตัวรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก · ชั้น 2 และ 3 เน้นคุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก
ประกันรถยนต์ควรทำชั้นไหน?
เลือกจากการใช้รถจริงก่อน แล้วค่อยดูเบี้ย — รถใหม่หรือรถที่ยังผ่อนอยู่ มักเลือกชั้น 1 เพราะคุ้มครองตัวรถแม้ชนแบบไม่มีคู่กรณี · ขับทุกวันและอยากให้ตัวรถได้รับความคุ้มครองโดยเบี้ยเบากว่าชั้น 1 มักเลือกชั้น 2+ · จอดนอกบ้านบ่อยและกังวลเรื่องรถหายหรือไฟไหม้ ชั้น 2+ ตอบโจทย์กว่าชั้น 3+ · รถใช้งานมานานและเน้นคุ้มครองคู่กรณีเป็นหลัก ชั้น 3+ หรือชั้น 3 ก็เพียงพอ ความคุ้มครองจริงเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท
เบี้ยประกันรถยนต์คิดจากอะไร?
เบี้ยประกันรถยนต์คิดจากความเสี่ยงของรถและผู้ขับเป็นหลัก ตัวแปรที่ใช้คำนวณคือ ชั้นประกันที่เลือก ทุนประกัน อายุและรุ่นของรถ เลือกซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ ค่าเสียหายส่วนแรกที่รับได้ ประวัติการเคลมและส่วนลดประวัติดี รวมถึงการระบุชื่อผู้ขับขี่ — รถรุ่นเดียวกันจึงได้เบี้ยไม่เท่ากัน และแต่ละบริษัทให้น้ำหนักตัวแปรเหล่านี้ต่างกัน การเทียบหลายบริษัทก่อนตัดสินใจจึงเห็นภาพชัดกว่าดูเจ้าเดียว
เทียบประกันรถยนต์ ต้องดูอะไรบ้างนอกจากราคา?
เทียบแผนที่เป็นชั้นเดียวกันและทุนประกันใกล้เคียงกันก่อน แล้วดูจุดที่ทำให้แผนเบี้ยใกล้กันคุ้มครองต่างกัน คือ ซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ ค่าเสียหายส่วนแรก วงเงินคุ้มครองบุคคลภายนอก ความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น น้ำท่วม และเงื่อนไขการระบุชื่อผู้ขับขี่ — กรอกรุ่นรถในแบบฟอร์มด้านบนเพื่อดูแผนจากหลายบริษัทเทียบกันในหน้าเดียว หรืออ่านวิธีเทียบแบบละเอียดที่ เทียบประกันรถยนต์
ประกันชั้น 2 กับ ชั้น 2+ ต่างกันยังไง?
ชั้น 2 คุ้มครองคู่กรณี บวกรถหายและไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองตัวรถเราเวลาชน ส่วนชั้น 2+ ได้ความคุ้มครองของชั้น 2 ทั้งหมด และเพิ่มความคุ้มครองตัวรถเรากรณีชนกับยานพาหนะทางบกที่มีคู่กรณีชัดเจน — เบี้ยต่างกันไม่มาก คนที่ขับรถทุกวันส่วนใหญ่จึงเลือกชั้น 2+ เพื่อให้ตัวรถได้รับความคุ้มครองด้วย
ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง เลือกอันไหนดี?
ทั้งคู่คุ้มครองตัวรถเรากรณีชนกับยานพาหนะทางบกเหมือนกัน จุดต่างคือชั้น 2+ เพิ่มความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ — ถ้าจอดรถนอกบ้าน จอดที่สาธารณะบ่อย หรือกังวลเรื่องรถหาย ชั้น 2+ ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าจอดในที่ปลอดภัยและอยากประหยัดเบี้ย ชั้น 3+ ก็ครอบคลุมความเสี่ยงหลักจากการชนแล้ว
พ.ร.บ. กับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ต่างกันยังไง?
พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับตามกฎหมาย คุ้มครองเฉพาะ "คน" — ค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยผู้ประสบภัย ไม่คุ้มครองตัวรถหรือทรัพย์สิน เบี้ยรถเก๋งส่วนบุคคลอยู่ที่ ฿645.21/ปี เท่ากันทุกบริษัทตามที่ คปภ. กำหนด ส่วนประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1–3) คุ้มครองตัวรถและทรัพย์สินเพิ่มเติม จึงควรมีทั้งสองอย่างควบคู่กัน
ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ปลอดภัยไหม?
ปลอดภัยเมื่อซื้อกับผู้ที่มีใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยจาก คปภ. — OOHOO.io ดำเนินการโดย ASN Broker นายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาต ว00027/2548 กรมธรรม์ออกโดยบริษัทประกันภัยที่รับประกันโดยตรง และกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์มีผลตามกฎหมายเช่นเดียวกับแบบกระดาษ ก่อนชำระเงินทุกครั้ง ควรตรวจว่าชื่อผู้รับชำระเงินตรงกับผู้ที่ถือใบอนุญาต และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เสมอ
ซื้อผ่านนายหน้า ต่างจากซื้อกับบริษัทประกันภัยรถยนต์โดยตรงยังไง?
กรมธรรม์ออกโดยบริษัทประกันภัยเช่นเดียวกัน และความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทนั้น ความต่างคือนายหน้าประกันภัยนำแผนของหลายบริษัทมาให้เทียบในที่เดียว และช่วยประสานงานตั้งแต่เลือกแผน ต่ออายุ จนถึงการเคลม — OOHOO.io ดำเนินการโดย ASN Broker นายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาต ว00027/2548 ไม่ได้เป็นผู้รับประกันภัยเอง ดูรายชื่อบริษัทประกันภัยที่เปรียบเทียบได้
ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์กับ OOHOO ยังไง ได้กรมธรรม์เมื่อไหร่?
กรอกข้อมูลรถของคุณ ระบบจะแสดงแผนจากหลายบริษัทชั้นนำให้เปรียบเทียบในที่เดียว เลือกแผนที่ใช่แล้วชำระเงินออนไลน์ได้เลย เราจัดส่งกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์หลังชำระเงินสำเร็จ หรือถ้าอยากให้ช่วยเลือก ฝากข้อมูลไว้ได้ ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาที
ซื้อประกันรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
ซื้อออนไลน์ใช้ข้อมูลจากเอกสาร 2 อย่างเป็นหลัก คือ เล่มทะเบียนรถ สำหรับเลขทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น ปีรถ และเลขตัวถัง (เลขตัวถังดูจากป้ายภาษีรถยนต์ได้เช่นกัน) และบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน สำหรับชื่อ เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ที่ใช้ออกกรมธรรม์ ถ้าเอาประกันในนามนิติบุคคลให้ใช้ข้อมูลบริษัทแทน บางแผนบริษัทประกันอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมตามเงื่อนไขการรับประกัน
เช็คประกันรถยนต์ที่มีอยู่ว่าใกล้หมดอายุหรือยัง เช็คยังไง?
ดูวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครองได้จากหน้าตารางกรมธรรม์ ส่วนเครื่องหมาย พ.ร.บ. ที่ติดหน้ารถบอกวันหมดอายุของ พ.ร.บ. เท่านั้น ไม่ใช่ของประกันภาคสมัครใจ ถ้าหาเอกสารไม่เจอ สอบถามได้ที่บริษัทประกันที่ออกกรมธรรม์ โดยแจ้งเลขทะเบียนรถและชื่อผู้เอาประกัน เมื่อใกล้ครบกำหนด เทียบเบี้ยต่ออายุจากหลายบริษัทได้จากแบบฟอร์มด้านบน หรือทักทีมงานทาง LINE @OOHOO ให้ช่วยดูให้
ประกันรถยนต์รายเดือนมีไหม ผ่อนเบี้ยได้ไหมถ้าไม่มีบัตรเครดิต?
ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจโดยทั่วไปคุ้มครองคราวละ 1 ปี สิ่งที่จ่ายเป็นรายเดือนได้คือการผ่อนชำระเบี้ย — OOHOO มีบริการผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ชำระผ่าน QR PromptPay ได้เลย จำนวนงวดขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก และเห็นยอดต่องวดก่อนยืนยันการชำระเงิน เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดได้ที่เงื่อนไขการผ่อนชำระ
เบี้ยประกันรถยนต์ลดหย่อนภาษีได้ไหม?
สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล เบี้ยประกันรถยนต์ทั้งภาคสมัครใจและ พ.ร.บ. นำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้ เพราะไม่อยู่ในรายการลดหย่อนที่กรมสรรพากรกำหนด ต่างจากเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ส่วนรถที่ใช้ในกิจการเป็นเรื่องการบันทึกค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ของตัวเอง ควรสอบถามผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากร อ่านเพิ่มเติม: ประกันรถยนต์ลดหย่อนภาษีได้ไหม
ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ต้องเคลมยังไง ติดต่อใคร?
แจ้งเหตุได้ที่สายด่วนเคลมของบริษัทประกันที่ออกกรมธรรม์ของคุณ (เบอร์ระบุอยู่ในกรมธรรม์) ซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง — และในฐานะนายหน้าประกันภัย ทีมงาน OOHOO พร้อมช่วยประสานงานและให้คำแนะนำขั้นตอนการเคลม ติดต่อเราได้ทาง LINE @OOHOO
อยากรู้ว่ารถของคุณเบี้ยเท่าไหร่ในแต่ละชั้น — เช็คเบี้ยและเปรียบเทียบแผนจากหลายบริษัทได้เลยที่แบบฟอร์มด้านบน