ข้อกำหนดที่ผู้ขับต้องรู้ กฎหมายเกี่ยวกับการบรรทุกของบนรถยนต์

ข้อกำหนดที่ผู้ขับต้องรู้  กฎหมายเกี่ยวกับการบรรทุกของบนรถยนต์

14 Jan 2026

กฎหมายเกี่ยวกับการบรรทุกของบนรถยนต์ที่คุณควรรู้

       การบรรทุกสัมภาระหรือขนของบนรถยนต์เป็นเรื่องที่ผู้ขับขี่หลายคนต้องทำเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการขนของย้ายบ้าน ขนสินค้า หรือบรรทุกสัมภาระเวลาเดินทางไกล แต่รู้หรือไม่ว่า “การบรรทุกของผิดวิธี” มีโทษปรับตามกฎหมายจราจร และยังเสี่ยงต่ออุบัติเหตุอย่างมาก บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจข้อกำหนดอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และลดโอกาสการถูกปรับ

 

กฎหมายเกี่ยวกับการบรรทุกของบนรถยนต์ที่ควรรู้

1. ห้ามบรรทุกให้ยื่นล้ำด้านหน้ารถเกิน 1 เมตร

       กฎหมายกำหนดว่าของที่บรรทุกด้านหน้า ต้องไม่ยื่นเกิน 1 เมตรจากตัวรถ หากเกินจะถือว่าผิดกฎหมาย และทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ร่วมถนนอย่างมาก

2. ด้านหลังยื่นได้ แต่ต้องไม่เกิน 1.5 เมตร (หากไม่มีป้ายสัญลักษณ์)

       หากสิ่งของยื่นจากท้ายรถ ไม่เกิน 1.5 เมตร ถือว่าบรรทุกได้ แต่หาก ยื่นเกิน 1 เมตรขึ้นไป ต้องติดธงแดงขนาด 45x45 ซม. เพื่อเตือนรถคันหลัง ถ้าบรรทุกในเวลากลางคืน ต้องติด ไฟแดงท้ายสุดของสิ่งของ ให้มองเห็นชัดเจน

3. ความกว้างของของที่บรรทุกต้องไม่เกินความกว้างตัวรถ

       ห้ามบรรทุกล้ำออกด้านข้างเกินขนาดรถ เพราะจะทำให้เกิดอันตรายและผิดกฎหมายจราจรอย่างชัดเจน

4. น้ำหนักบรรทุกต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

       ทุกคันมี น้ำหนักรวมสูงสุด (GVW) หากบรรทุกเกินจะมีโทษปรับและอาจถูกสั่งห้ามใช้รถทันที โดยเฉพาะรถกระบะ หากบรรทุกหนักเกินไปจะกระทบเบรก ช่วงล่าง และการทรงตัวของรถโดยตรง

5. ต้องมัดตรึงสัมภาระให้แน่น ไม่ให้หลุดตกหล่น

ตามกฎหมาย ห้ามทำให้สิ่งของที่บรรทุก

  • หลุด
  • ไหล
  • ตกเกลื่อนบนถนน
  • สร้างอันตรายต่อผู้อื่น

หากเกิดความเสียหาย จะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา

6. ห้ามบรรทุกสูงเกินไปจนบดบังทัศนวิสัย

ของที่สูงเกินไปอาจบังกระจกหลังหรือบังไฟท้าย ทำให้ผู้ขับขี่อื่นมองไม่เห็นสัญญาณรถของคุณ

 

โทษปรับหากบรรทุกผิดกฎหมาย

  • บรรทุกเกิน กีดขวางการจราจร: ปรับสูงสุด 5,000 บาท
  • บรรทุกเกินน้ำหนัก: ปรับตามกฎหมายชั่งน้ำหนัก
  • ไม่ติดธงหรือไฟเตือน: ปรับไม่เกิน 500 บาท
  • ทำให้สิ่งของหล่นหรือสร้างอันตราย: มีโทษทั้ง ปรับและรับผิดชอบค่าเสียหายเต็มจำนวน

 

เคล็ดลับการบรรทุกของให้ปลอดภัย

  • ใช้เชือกหรือสายรัดมาตรฐาน
  • กระจายน้ำหนักให้สมดุล
  • ตรวจเช็กสัมภาระทุกครั้งก่อนออกเดินทาง
  • หากบรรทุกสูง ให้ติดป้ายหรือสัญญาณเตือน
  • ไม่บรรทุกเกินกำลังรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและปัญหาช่วงล่าง

 

       การบรรทุกของให้ถูกกฎหมายไม่เพียงช่วยลดโอกาสถูกปรับ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย เพราะหากเกิดเหตุจากการบรรทุกของหลุด ตก หรือทำให้รถเสียหลัก เจ้าของรถจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด ทั้งต่อรถของตัวเองและทรัพย์สินของผู้อื่น
       ดังนั้น “ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองครบ” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การเดินทางของคุณสบายใจมากขึ้น แม้จะมีเหตุไม่คาดคิดก็ตาม

       ไม่ว่าคุณจะใช้รถบรรทุกของเดินทางไกล ส่งสินค้า หรือขนของย้ายบ้าน การมีประกันรถยนต์ที่คุ้มครองทั้ง ความเสียหายจากอุบัติเหตุ การชน รถพลิกคว่ำ หรือทรัพย์สินบุคคลภายนอก จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก เลือกประกันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้รถของคุณ แล้วเดินทางได้อย่างมั่นใจทุกเส้นทาง



ซื้อประกันรถยนต์ที่ OOHOO ดีอย่างไร

ผ่อนเงินสด 0% <br/>ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้

ผ่อนเงินสด 0%
ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้

การันตีราคาถูกที่สุด <br/>เจอที่อื่นถูกกว่าเราพร้อมคืนเงินทันที

การันตีราคาถูกที่สุด
เจอที่อื่นถูกกว่าเราพร้อมคืนเงินทันที

เปรียบเทียบได้เลย <br/>เช็คราคา ความคุ้มค่าก่อนสั่งซื้อ

เปรียบเทียบได้เลย
เช็คราคา ความคุ้มค่าก่อนสั่งซื้อ

ซื้อเองได้ 24 ชั่วโมง <br/>จ่ายงวดแรกคุ้มครองเลย

ซื้อเองได้ 24 ชั่วโมง
จ่ายงวดแรกคุ้มครองเลย

รับกรมธรรม์ได้เลย <br/>ผ่านระบบออนไลน์

รับกรมธรรม์ได้เลย
ผ่านระบบออนไลน์

เจ้าหน้าที่พร้อมบริการด้วยใจ<br/>เมื่อคุณต้องการคำแนะนำ

เจ้าหน้าที่พร้อมบริการด้วยใจ
เมื่อคุณต้องการคำแนะนำ