วิธีเช็กยางง่าย ๆ ปลอดภัยทุกการขับขี่

วิธีเช็กยางง่าย ๆ ปลอดภัยทุกการขับขี่

12 Feb 2026

ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไร? เช็กง่าย ๆ ด้วยตัวเองก่อนเสี่ยงอุบัติเหตุ

       ยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการขับขี่ แต่หลายคนมักมองข้ามและใช้งานยางจนเกินอายุหรือสภาพที่เหมาะสม ทั้งที่จริงแล้ว ยางรถยนต์มีอายุการใช้งานจำกัด หากรู้วิธีสังเกตและตรวจเช็กเบื้องต้น ก็สามารถลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ก่อนจะสายเกินไป

 

1. อายุการใช้งานของยางรถยนต์

       โดยทั่วไป ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อใช้งานมาแล้วประมาณ 3–5 ปี หรือระยะทางราว 40,000–50,000 กิโลเมตร แม้จะใช้งานไม่บ่อยก็ตาม เพราะเนื้อยางจะเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

       สามารถตรวจสอบวันผลิตได้จากตัวเลข DOT ที่แก้มยาง โดยตัวเลข 4 หลักสุดท้ายหมายถึงสัปดาห์และปีที่ผลิต เช่น 3522 คือผลิตในสัปดาห์ที่ 35 ปี 2022
หากยางมีอายุเกิน 3.5–5 ปี ควรตรวจเช็กอย่างละเอียด และหากพบสภาพไม่สมบูรณ์ ควรเปลี่ยนทันที

 

2. ดอกยางสึกหรือใกล้หมด

ดอกยางมีหน้าที่ช่วยยึดเกาะถนน หากดอกยางตื้นเกินไป จะทำให้รถลื่น เบรกไม่อยู่ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน

  • มาตรฐานความปลอดภัย: ดอกยางต้องลึก มากกว่า 1.6 มม. (ระดับสะพานยาง หรือ TWI)
  • คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด: ควรเปลี่ยนยางเมื่อดอกยางเหลือประมาณ 3–4 มม. ไม่ควรรอให้สึกถึงสะพานยาง

วิธีเช็กง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

  • ดูสะพานยาง (TWI) ในร่องดอกยาง หากดอกยางสึกเสมอกัน แสดงว่าควรเปลี่ยน
  • ใช้เหรียญ 1 บาทเสียบลงในร่องดอกยาง หากเห็นภาพเจดีย์ครบทั้งองค์ หรือดอกยางต่ำกว่าฐานเจดีย์ แสดงว่าดอกยางตื้นเกินไป

 

3. ยางมีความผิดปกติทางกายภาพ

หากพบอาการเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณอันตราย ควรเปลี่ยนยางทันที

  • แก้มยางบวม ปูด แตก หรือมีรอยฉีกขาด
  • เนื้อยางแตกลายงา หรือแข็งกระด้างผิดปกติ
  • (ทดสอบง่าย ๆ โดยใช้เล็บจิก หากไม่บุ๋ม แสดงว่าเนื้อยางแข็งเกินไป)
  • มีรอยบาดลึกที่แก้มยาง

ยางที่มีความเสียหายลักษณะนี้ มีความเสี่ยงต่อการระเบิดขณะขับขี่ ไม่ควรฝืนใช้งานเด็ดขาด

 

4. อาการผิดปกติขณะขับขี่

บางครั้งยางอาจเสื่อมสภาพโดยไม่เห็นชัดจากภายนอก แต่สังเกตได้จากการขับขี่ เช่น

  • รถสั่น พวงมาลัยสั่น
  • มีเสียงดังผิดปกติจากล้อหรือยาง
  • การยึดเกาะถนนแย่ลง ควบคุมรถยาก

หากพบอาการเหล่านี้ ควรนำรถไปตรวจเช็กยาง และพิจารณาเปลี่ยนยางใหม่เพื่อความปลอดภัย

 

5. การดูแลยางเพื่อยืดอายุการใช้งาน

  • สลับยางทุก 10,000 กิโลเมตร เพื่อให้ยางสึกสม่ำเสมอ
  • เติมลมยางตามค่ามาตรฐาน (PSI) ที่ระบุไว้ในรถ และควรเช็กตอนยางเย็น
  • ตรวจเช็กสภาพยางเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกลหรือก่อนเข้าหน้าฝน

เมื่อไหร่ต้องเปลี่ยนยาง “ด่วน”

  • ดอกยางเหลือประมาณ 3–4 มม. หรือใกล้ถึงสะพานยาง
  • แก้มยางบวม แตก หรือมีรอยฉีกขาดลึก
  • ยางใช้งานเกิน 3–5 ปี และเริ่มมีอาการเสื่อมสภาพ

 

       หากยางรถยนต์มีอายุการใช้งานเกิน 3–5 ปี ดอกยางสึกใกล้หมด มีรอยแตกลายงา บวม หรือขับแล้วรู้สึกผิดปกติ นั่นคือสัญญาณว่าควรเปลี่ยนยางทันที เพราะการดูแลรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ คือการป้องกันอุบัติเหตุก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง

       อย่างไรก็ตาม แม้จะดูแลรถดีแค่ไหน อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด การมี ประกันรถยนต์ที่เหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันสำคัญ ที่ช่วยดูแลทั้งค่าซ่อม ความเสียหาย และความอุ่นใจในทุกเส้นทาง เพราะความปลอดภัยบนท้องถนน ไม่ได้จบแค่รถพร้อม แต่ต้องมีประกันรถยนต์ที่พร้อมดูแลคุณด้วย



ซื้อประกันรถยนต์ที่ OOHOO ดีอย่างไร

ผ่อนเงินสด 0% <br/>ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้

ผ่อนเงินสด 0%
ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้

การันตีราคาถูกที่สุด <br/>เจอที่อื่นถูกกว่าเราพร้อมคืนเงินทันที

การันตีราคาถูกที่สุด
เจอที่อื่นถูกกว่าเราพร้อมคืนเงินทันที

เปรียบเทียบได้เลย <br/>เช็คราคา ความคุ้มค่าก่อนสั่งซื้อ

เปรียบเทียบได้เลย
เช็คราคา ความคุ้มค่าก่อนสั่งซื้อ

ซื้อเองได้ 24 ชั่วโมง <br/>จ่ายงวดแรกคุ้มครองเลย

ซื้อเองได้ 24 ชั่วโมง
จ่ายงวดแรกคุ้มครองเลย

รับกรมธรรม์ได้เลย <br/>ผ่านระบบออนไลน์

รับกรมธรรม์ได้เลย
ผ่านระบบออนไลน์

เจ้าหน้าที่พร้อมบริการด้วยใจ<br/>เมื่อคุณต้องการคำแนะนำ

เจ้าหน้าที่พร้อมบริการด้วยใจ
เมื่อคุณต้องการคำแนะนำ