ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ 2567
OOHOO Team · 15 ก.ค. 2024 · อ่าน 9 นาที
ดำเนินการโดย ASN Broker นายหน้าวินาศภัย ว00027/2548

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ คือ แจ้งบริษัทประกันทันทีที่เกิดเหตุ บอกจุดเกิดเหตุและลักษณะความเสียหาย เตรียมใบขับขี่ กรมธรรม์ และภาพถ่ายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แล้วนำใบเคลมไปเข้าซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในสัญญา ทั้งนี้ผลการพิจารณาเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
เวลาเกิดอุบัติเหตุ หลายคนตกใจจนไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ต้องโทรหาใครก่อน และต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้ Mr.OOHOO สรุปการเคลมประกันรถไว้ให้ครบ ตั้งแต่รูปแบบการเคลม ขั้นตอนทีละข้อ เอกสารที่ต้องใช้ สิทธิ์การเคลมของประกันแต่ละชั้น ไปจนถึงกรณีที่ประกันไม่รับเคลม เพื่อให้เพื่อน ๆ รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างถูกต้องครับ
เคลมประกันรถ มีกี่แบบ เคลมสดกับเคลมแห้งต่างกันตรงไหน
เคลมสด คือ การแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประกันเข้ามาตรวจสอบความเสียหายที่จุดเกิดเหตุ ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ตาม ผู้ที่ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถเคลมสดได้แม้ไม่มีคู่กรณี ส่วนประกันชั้น 2+ และชั้น 3+ จะเคลมสดได้เมื่อระบุคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบกได้ ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของแต่ละแบบ
เคลมแห้ง คือ การแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภายหลังเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเสียหายในภายหลัง ไม่ใช่ที่จุดเกิดเหตุ มักใช้กับรอยเฉี่ยวหรือรอยขูดขีดเล็กน้อยที่ไม่มีคู่กรณี หรือระบุคู่กรณีไม่ได้ ผู้เอาประกันควรจดวัน เวลา สถานที่ และรายละเอียดเหตุการณ์ไว้ให้ครบ เตรียมภาพถ่ายความเสียหาย แล้วนัดหมายเข้าตรวจสภาพรถกับบริษัทประกันภายหลัง ซึ่งการพิจารณาจะเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์เช่นกัน

ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ ทำอย่างไร ไล่ทีละข้อ
รู้จักรูปแบบการเคลมกันแล้ว คราวนี้มาดูกันว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง เราต้องทำอะไรบ้างตามลำดับ
- 1. ตั้งสติ และดูเรื่องความปลอดภัยก่อน — เปิดไฟฉุกเฉิน วางป้ายเตือนด้านหลังรถ หากมีผู้บาดเจ็บให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยจัดการเรื่องเอกสาร
- 2. โทรแจ้งบริษัทประกันรถยนต์ — แจ้งชื่อผู้เอาประกัน เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ ตำแหน่งที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย บริษัทประกันจะประสานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเข้าไปตรวจสอบ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพการจราจร ใครยังไม่ได้เซฟเบอร์ไว้ ดูเบอร์โทรแจ้งเคลมของบริษัทประกันที่ Mr.OOHOO รวมไว้ให้แล้ว
- 3. เก็บหลักฐานระหว่างรอเจ้าหน้าที่ — ถ่ายภาพความเสียหายทุกมุม ภาพตำแหน่งรถทั้งสองคันก่อนเคลื่อนย้าย ป้ายทะเบียนคู่กรณี สภาพถนนและสัญญาณจราจร พร้อมจดชื่อและเบอร์ติดต่อของพยานไว้ จากนั้นเตรียมใบขับขี่ กรมธรรม์ และเล่มทะเบียนรถไว้ให้พร้อม
- 4. รับใบเคลม และตรวจรายการก่อนเซ็นชื่อ — อ่านรายการความเสียหายในใบเคลมให้ตรงกับของจริง จุดไหนตกหล่นให้แจ้งเจ้าหน้าที่แก้ไขก่อนลงชื่อ เพราะรายการในใบเคลมคือขอบเขตที่อู่หรือศูนย์จะซ่อมให้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- 5. นำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในสัญญา — ยื่นใบเคลมกับอู่หรือศูนย์บริการที่อยู่ในสัญญาของบริษัทประกัน นัดวันเข้าซ่อม สอบถามระยะเวลาซ่อมโดยประมาณ และเก็บสำเนาเอกสารทุกใบไว้จนกว่าจะรับรถคืนเรียบร้อย
อยากให้เรื่องจบเร็วขึ้นอีก อ่านต่อได้ที่ วิธีเคลมประกันรถยนต์ให้ผ่านฉลุย ซึ่งรวมจุดที่คนมักพลาดจนการเคลมยืดเยื้อไว้ครบทุกข้อ
เอกสารที่ต้องใช้ตอนเคลมประกันรถ
- ใบขับขี่ของผู้ที่ขับขี่ขณะเกิดเหตุ
- กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หรือเลขที่กรมธรรม์
- สำเนาเล่มทะเบียนรถ
- ภาพถ่ายความเสียหายและสภาพจุดเกิดเหตุ
- ใบเคลมจากเจ้าหน้าที่ หรือใบบันทึกประจำวันจากตำรวจในกรณีที่บริษัทประกันขอ
เอกสารครบตั้งแต่ต้นทาง ช่วยลดการส่งเรื่องกลับไปกลับมา และทำให้บริษัทประกันพิจารณาได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ผลการพิจารณายังเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ทำไว้
เคลมประกันรถแต่ละชั้น เคลมอะไรได้บ้าง
- ประกันชั้น 1 — คุ้มครองทั้งรถของเราและรถคู่กรณี เคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณี ครอบคลุมภัยอย่างไฟไหม้และรถหาย ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ประกันชั้น 2+ — คุ้มครองรถของเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้ และคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ประกันชั้น 3+ — คุ้มครองรถของเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้ พร้อมความรับผิดต่อคู่กรณี
- ประกันชั้น 3 — คุ้มครองความรับผิดต่อคู่กรณีเป็นหลัก ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายของรถเราเอง
- พ.ร.บ. — พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ได้คุ้มครองตัวรถ
ยังไม่แน่ใจว่าชั้นไหนเหมาะกับการใช้รถของคุณ ลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว แล้วดูความคุ้มครองกับเงื่อนไขการเคลมของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจ
อุบัติเหตุแบบไหนที่ประกันรถยนต์ไม่รับเคลม
- นำรถยนต์ไปลากจูง ซึ่งถือเป็นการใช้รถผิดวัตถุประสงค์
- ดัดแปลงหรือตกแต่งรถยนต์เพื่อนำไปใช้แข่งขัน
- เมาแล้วขับ โดยตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 mg%
- ใช้รถยนต์ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย
- ความเสียหายจากสงคราม การปฏิวัติ อาวุธปรมาณู และกัมมันตภาพรังสี
- นำรถยนต์ไปใช้นอกอาณาเขตคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ค่าเสียหายส่วนแรก และกรณีชนแล้วหนี
ถ้าเกิดเหตุแบบไม่มีคู่กรณี หรือระบุตัวคู่กรณีไม่ได้ เช่น โดนชนแล้วหนี ผู้เอาประกันอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกตามที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ ซึ่งแต่ละแผนกำหนดไว้ไม่เท่ากัน บางแผนไม่มีเลย บางแผนมีเฉพาะกรณีที่ระบุคู่กรณีไม่ได้ ก่อนต่อประกันทุกครั้งจึงควรอ่านหน้าตารางกรมธรรม์ว่ามีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ และครอบคลุมภัยใดบ้าง
ส่วนเรื่องเบี้ยในปีต่ออายุ การเคลมที่เป็นฝ่ายผิดอาจมีผลต่อส่วนลดประวัติการขับขี่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท เบี้ยจริงจึงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ปีจดทะเบียน ทุนประกัน และประวัติการเคลมของผู้เอาประกัน
สรุป เคลมประกันรถให้จบไว ต้องเตรียมอะไร
การเคลมประกันรถไม่ใช่เรื่องยาก หากตั้งสติได้ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด Mr.OOHOO แนะนำให้ขับขี่อย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท และพกใบขับขี่ กรมธรรม์ พร้อมเล่มทะเบียนติดรถไว้เสมอ เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาตามหาภายหลัง
ก่อนถึงวันต่ออายุ ลองเทียบความคุ้มครองและเงื่อนไขการเคลมของหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว แล้วเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ขึ้นอยู่กับแผนและเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เบี้ยจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ปีจดทะเบียน ทุนประกัน และเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท
พร้อมเลือกแผนที่เหมาะกับรถของคุณแล้ว เปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ได้เลย
OOHOO.io เป็นนายหน้าประกันภัย ใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 ความคุ้มครองและการพิจารณาเคลมเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยที่รับประกัน