ประกันรถยนต์

ตัวอย่างใบเคลมประกันรถยนต์ มีข้อมูลอะไรบ้าง เช็คอะไรก่อนเซ็น

OOHOO Team · 27 ก.ย. 2026 · อ่าน 7 นาที

ดำเนินการโดย ASN Broker นายหน้าวินาศภัย ว00027/2548

ตัวอย่างใบเคลมประกันรถยนต์ มีข้อมูลอะไรบ้าง เช็คอะไรก่อนเซ็น

ตัวอย่างใบเคลมประกันรถยนต์ ตอบสั้น ๆ คือ ใบเคลมเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่ซึ่งบริษัทประกันภัยส่งมาตรวจสอบอุบัติเหตุออกให้ ระบุข้อมูลผู้เอาประกัน รถ เหตุการณ์ และรายการความเสียหาย เพื่อใช้นำรถเข้าซ่อมและติดตามเรื่องเคลม ทั้งนี้ขอบเขตการซ่อมและผลการพิจารณาเคลมเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ก่อนเซ็นรับจึงควรอ่านทุกช่องให้ตรงกับความเสียหายจริง

รูปแบบใบเคลมของแต่ละบริษัทประกันภัยไม่เหมือนกัน บางบริษัทยังใช้กระดาษ บางบริษัทส่งเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บทความนี้จึงไม่ทำภาพจำลองใบเคลมของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ไล่ให้ดูเป็นหัวข้อว่าในใบเคลมมักมีข้อมูลอะไรบ้าง แต่ละช่องมีความหมายอย่างไร ได้ใบเคลมมาแล้วต้องทำอะไรต่อ ต่างจากใบรับรถและใบสั่งซ่อมตรงไหน ควรเก็บไว้นานแค่ไหน และมีอะไรที่ต้องเช็คก่อนเซ็นชื่อ ถ้าอยากทบทวนภาพรวมของกระบวนการทั้งหมดก่อน อ่านขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ประกอบได้

ใบเคลมประกันรถยนต์ คืออะไร

ใบเคลม คือบันทึกอย่างเป็นทางการของบริษัทประกันภัยว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น กับรถคันไหน เมื่อไหร่ และมีความเสียหายตรงไหนบ้าง เจ้าหน้าที่จะกรอกข้อมูลจากการตรวจสภาพรถและการสอบถามผู้ขับขี่ แล้วให้ผู้ขับขี่หรือผู้เอาประกันลงชื่อรับทราบ ใบเคลมจึงทำหน้าที่เหมือนตั๋วที่ใช้เปิดเรื่องซ่อมกับอู่หรือศูนย์บริการ และเป็นเลขอ้างอิงเวลาติดตามเรื่องกับบริษัทประกัน

สิ่งที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ ใบเคลมไม่ใช่ใบอนุมัติจ่ายเงิน และไม่ได้แปลว่าทุกรายการในใบจะถูกซ่อมตามที่คุณคาดไว้ การซ่อมจริงยังต้องผ่านการประเมินของอู่หรือศูนย์และการพิจารณาของบริษัทประกันภัย ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์และความคุ้มครองของชั้นประกันที่คุณทำไว้

ได้ใบเคลมเมื่อไหร่ และได้จากใคร

ผู้ออกใบเคลมคือบริษัทประกันภัยที่รับประกันรถคันนั้น ผ่านเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุหรือศูนย์รับแจ้งเคลมของบริษัท ส่วนช่วงเวลาที่ได้รับขึ้นอยู่กับรูปแบบการเคลม

  • เคลมสด — แจ้งบริษัทประกันขณะอยู่ที่จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบ แล้วออกใบเคลมให้ที่จุดเกิดเหตุหลังบันทึกข้อมูลเสร็จ
  • เคลมแห้ง — แจ้งเคลมภายหลังเกิดเหตุ แล้วนำรถไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจที่สาขาหรือจุดนัดหมายของบริษัทประกัน ใบเคลมจะออกหลังตรวจสภาพรถ รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ เคลมแห้งคืออะไร
  • กรณีมีคู่กรณี — โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่จะบันทึกผลการพิจารณาฝ่ายถูกฝ่ายผิดไว้ในใบเคลม ฝ่ายที่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดอาจได้รับใบเคลมหรือเอกสารสำหรับเข้าซ่อมจากบริษัทประกันของฝ่ายที่ผิด แนวปฏิบัติจริงขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างบริษัทประกันภัยทั้งสองฝ่ายและเงื่อนไขกรมธรรม์

OOHOO.io เป็นนายหน้าประกันภัย ไม่ใช่บริษัทประกันภัย จึงไม่ได้เป็นผู้ออกใบเคลม เมื่อเกิดเหตุให้แจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยที่ระบุในกรมธรรม์ของคุณโดยตรง ถ้ายังไม่ได้บันทึกช่องทางแจ้งเคลมไว้ ดูได้ที่ เบอร์โทรแจ้งเคลมประกันรถยนต์

ตัวอย่างใบเคลมประกัน มีข้อมูลอะไรบ้าง

หัวข้อด้านล่างคือข้อมูลที่มักพบในใบเคลมประกันรถยนต์ การเรียงลำดับ ชื่อช่อง และรายละเอียดจริงต่างกันไปตามแต่ละบริษัท ให้ใช้เป็นแนวทางในการอ่าน ไม่ใช่แบบฟอร์มกลางที่ทุกบริษัทใช้เหมือนกัน

1. ข้อมูลอ้างอิงของเรื่องเคลม

  • ชื่อบริษัทประกันภัยผู้รับประกัน — บอกว่าเรื่องนี้อยู่ในความดูแลของบริษัทไหน
  • เลขที่เคลมหรือเลขรับแจ้ง — เลขที่ใช้ติดตามเรื่องทุกครั้งที่ติดต่อบริษัทประกันหรืออู่ ควรถ่ายรูปหรือจดเก็บไว้แยกอีกที่หนึ่ง
  • เลขที่กรมธรรม์และประเภทความคุ้มครอง — ใช้ยืนยันว่าเหตุที่เกิดอยู่ภายใต้กรมธรรม์ฉบับไหน ชั้นใด

2. ข้อมูลผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ และรถ

  • ชื่อผู้เอาประกันตามกรมธรรม์
  • ชื่อผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ และข้อมูลใบขับขี่
  • ทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น สี และเลขตัวถังในบางแบบฟอร์ม

3. รายละเอียดเหตุการณ์

  • วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
  • ลักษณะเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่สรุปจากการสอบถามและการตรวจสอบ
  • ข้อมูลคู่กรณี เช่น ทะเบียนรถและบริษัทประกันของคู่กรณี ในกรณีที่มีคู่กรณี
  • ผลการพิจารณาฝ่ายถูกฝ่ายผิด หรือบันทึกว่าไม่มีคู่กรณี

4. รายการความเสียหาย

เป็นช่องที่มีผลต่อการซ่อมโดยตรง เจ้าหน้าที่จะระบุตำแหน่งและชิ้นส่วนที่เสียหาย เช่น กันชนหน้า ไฟหน้าด้านซ้าย หรือประตูหลังด้านขวา บางบริษัทแนบภาพถ่ายประกอบไว้ด้วย รายการในช่องนี้คือขอบเขตเบื้องต้นที่อู่หรือศูนย์ใช้ประเมินงานซ่อม ซึ่งการซ่อมจริงเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์

5. ค่าเสียหายส่วนแรกและหมายเหตุ

ถ้ากรมธรรม์ของคุณมีค่าเสียหายส่วนแรก หรือเหตุการณ์เข้าเงื่อนไขที่ต้องจ่ายส่วนแรก เช่น ไม่มีคู่กรณีหรือระบุคู่กรณีไม่ได้ในบางแผน ใบเคลมมักมีบันทึกไว้ ส่วนช่องหมายเหตุอาจมีข้อความอื่นที่มีผลต่อการซ่อม เช่น บันทึกความเสียหายเดิมที่มีอยู่ก่อนเกิดเหตุ

6. ลายมือชื่อ

ประกอบด้วยช่องลงชื่อของเจ้าหน้าที่ และช่องลงชื่อของผู้ขับขี่หรือผู้เอาประกัน การลงชื่อหมายถึงคุณรับทราบข้อมูลตามที่บันทึกไว้ จึงควรอ่านทุกช่องก่อนเซ็น

ได้ใบเคลมแล้ว ใช้ทำอะไรต่อ

  • นำรถเข้าซ่อม — ยื่นใบเคลมที่อู่ในเครือหรือศูนย์บริการตามประเภทการซ่อมที่ระบุในกรมธรรม์ อู่จะใช้ใบเคลมเปิดงานซ่อมและประสานกับบริษัทประกันภัย ขั้นตอนพิจารณารายการซ่อมเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์และการพิจารณาของบริษัทประกัน
  • ติดตามเรื่องเคลม — แจ้งเลขที่เคลมทุกครั้งที่สอบถามความคืบหน้ากับบริษัทประกันหรืออู่ จะช่วยให้ค้นเรื่องได้ตรงตัวและไม่ต้องเล่าเหตุการณ์ใหม่ทุกครั้ง
  • เป็นหลักฐานอ้างอิง — หากพบปัญหาภายหลัง เช่น รายการซ่อมไม่ครบ หรือมีข้อโต้แย้งกับคู่กรณี ใบเคลมคือเอกสารที่บันทึกข้อเท็จจริง ณ วันเกิดเหตุ

อย่าเก็บใบเคลมไว้เฉย ๆ นานเกินไป ความเสียหายบางอย่าง เช่น รอยที่เริ่มเป็นสนิม อาจลุกลามจนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนมาจากอุบัติเหตุ ซึ่งการพิจารณาส่วนที่ลุกลามเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ อ่านเหตุผลเพิ่มเติมได้ที่ ได้ใบเคลมแล้ว แต่ไม่รีบเคลม

ใบเคลม ใบรับรถ และใบสั่งซ่อม ต่างกันยังไง

สามเอกสารนี้มักถูกเรียกปนกัน แต่ออกโดยคนละฝ่ายและใช้คนละขั้นตอน ชื่อเรียกจริงอาจต่างไปตามอู่และบริษัท

  • ใบเคลม — ออกโดยบริษัทประกันภัย บันทึกเหตุการณ์และรายการความเสียหาย ใช้เปิดเรื่องซ่อมและติดตามเคลม
  • ใบรับรถ — ออกโดยอู่หรือศูนย์บริการตอนรับรถเข้าซ่อม บันทึกสภาพรถ ทรัพย์สินที่อยู่ในรถ เลขไมล์ และวันนัดรับรถโดยประมาณ ใช้เป็นหลักฐานตอนรับรถคืน
  • ใบสั่งซ่อมหรือใบเสนอราคาซ่อม — อู่หรือศูนย์จัดทำรายการชิ้นส่วนและค่าแรงที่จะซ่อม ส่งให้บริษัทประกันภัยพิจารณาตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ก่อนเริ่มงานตามรายการที่บริษัทประกันเห็นชอบ

สรุปง่าย ๆ คือ ใบเคลมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นและเสียหายตรงไหน ใบสั่งซ่อมบอกว่าจะซ่อมอะไร ส่วนใบรับรถบอกว่าอู่รับรถของคุณไปในสภาพไหน ควรเก็บทั้งสามใบไว้ด้วยกันจนรับรถคืนและตรวจงานเรียบร้อย

ใบเคลมต้องเก็บไว้นานแค่ไหน

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี ระยะเวลาที่ต้องนำรถเข้าซ่อมหลังได้ใบเคลม และอายุการใช้งานของใบเคลม ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทและเงื่อนไขกรมธรรม์ วิธีที่ตรงคือถามเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ตอนรับใบว่าต้องนำรถเข้าซ่อมภายในเมื่อไหร่ และถ้าเกินกำหนดต้องทำอย่างไร

สำหรับการเก็บเอกสาร แนวทางที่ปลอดภัยคือเก็บใบเคลมตัวจริงหรือไฟล์ไว้อย่างน้อยจนซ่อมเสร็จ รับรถคืน และตรวจงานซ่อมเรียบร้อย ถ้ามีคู่กรณีหรือยังมีเรื่องค้างกับบริษัทประกัน ควรเก็บต่อจนเรื่องปิด และถ่ายรูปใบเคลมเก็บไว้ในโทรศัพท์อีกชุดเผื่อต้นฉบับหาย

ข้อควรเช็คในใบเคลมก่อนเซ็นชื่อ

  • ชื่อ ทะเบียน และเลขกรมธรรม์ถูกต้อง — พิมพ์ผิดแม้ตัวเดียวอาจทำให้ต้องกลับไปแก้เอกสารภายหลัง
  • เหตุการณ์ตรงกับที่เกิดจริง — วัน เวลา สถานที่ และลำดับเหตุการณ์ต้องตรงกับที่คุณเล่า ถ้าสรุปคลาดเคลื่อนให้ขอแก้ก่อน
  • รายการความเสียหายครบทุกจุด — เดินดูรอบรถพร้อมเจ้าหน้าที่ จุดที่ตกหล่นให้แจ้งเพิ่มก่อนลงชื่อ
  • ผลฝ่ายถูกฝ่ายผิดตรงกับที่ตกลง — กรณีมีคู่กรณี ให้อ่านช่องนี้ให้ชัด ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุป ให้ดูว่าเจ้าหน้าที่บันทึกไว้ว่าอย่างไร
  • ค่าเสียหายส่วนแรก — ดูว่ามีบันทึกหรือไม่ และตรงกับเงื่อนไขในหน้าตารางกรมธรรม์ของคุณหรือเปล่า
  • ช่องหมายเหตุ — อ่านข้อความทุกบรรทัด โดยเฉพาะบันทึกเรื่องความเสียหายเดิม
  • ได้รับสำเนาหรือไฟล์ — เก็บใบเคลมหรือถ่ายรูปไว้ก่อนแยกกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจดเลขที่เคลม

เช็คครบแล้วค่อยลงชื่อ ถ้าไม่แน่ใจช่องไหนให้ถามเจ้าหน้าที่ตรงนั้น การพิจารณาเคลมทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ อยากรู้จุดที่มักทำให้เรื่องเคลมยืดเยื้อ อ่านต่อที่ วิธีเคลมประกันรถยนต์

ใบเคลมอ่านง่ายขึ้น ถ้าเงื่อนไขกรมธรรม์ชัดตั้งแต่ตอนเลือกประกัน

หลายเรื่องที่ปรากฏในใบเคลม เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก ประเภทการซ่อมอู่หรือศูนย์ และความคุ้มครองกรณีไม่มีคู่กรณี ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่คุณเลือกแผนประกัน ก่อนต่ออายุครั้งหน้าจึงควรเทียบเงื่อนไขเหล่านี้ควบคู่กับเบี้ย ไม่ใช่ดูแค่ราคา ที่ OOHOO.io คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทชั้นนำในที่เดียว ดูชั้นความคุ้มครอง ประเภทการซ่อม และค่าเสียหายส่วนแรกของแต่ละแผนวางเทียบกัน แล้วเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ด้วยข้อมูลรถของคุณเอง เบี้ยจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ปีรถ ทุนประกัน และเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท

OOHOO.io โดย บมจ. เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ นายหน้าประกันภัย ใบอนุญาต ว00027/2548 — OOHOO.io ไม่ใช่บริษัทประกันภัยและไม่ได้เป็นผู้ออกใบเคลม ความคุ้มครอง เงื่อนไข การพิจารณาเคลม และเบี้ยประกันเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งกำหนด โปรดอ่านรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกัน หากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประกันภัย ติดต่อสำนักงาน คปภ. สายด่วน 1186

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ก่อนตัดสินใจ

กรอกข้อมูลรถครั้งเดียว เห็นเบี้ยจากหลายบริษัทวางเทียบกันในหน้าเดียว เช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่ OOHOO.io ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช็คเบี้ย เบี้ยจริงขึ้นอยู่กับข้อมูลรถและเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท

แชร์บทความนี้:
OOHOO Verified Educational Content

คำถามที่พบบ่อย

ใบเคลมประกันรถยนต์ได้จากใคร OOHOO ออกใบเคลมให้ได้ไหม?

ใบเคลมออกโดยบริษัทประกันภัยที่รับประกันรถคันนั้น ผ่านเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุหรือศูนย์รับแจ้งเคลมของบริษัท OOHOO.io เป็นนายหน้าประกันภัย ใบอนุญาต ว00027/2548 ไม่ใช่บริษัทประกันภัย จึงไม่ได้เป็นผู้ออกใบเคลม เมื่อเกิดเหตุให้แจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยที่ระบุในกรมธรรม์โดยตรง การพิจารณาเคลมเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ในใบเคลมประกันรถยนต์มีข้อมูลอะไรบ้าง?

ใบเคลมมักมีข้อมูลหลักหกส่วน ได้แก่ ข้อมูลอ้างอิงเรื่องเคลม เช่น ชื่อบริษัทประกัน เลขที่เคลม และเลขที่กรมธรรม์ ข้อมูลผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ และรถ รายละเอียดเหตุการณ์และผลฝ่ายถูกฝ่ายผิด รายการความเสียหาย ค่าเสียหายส่วนแรกและหมายเหตุ และช่องลงลายมือชื่อ รูปแบบและชื่อช่องจริงต่างกันไปตามแต่ละบริษัทประกันภัย

ใบเคลมมีอายุไหม ต้องนำรถเข้าซ่อมภายในกี่วัน?

ระยะเวลาที่ต้องนำรถเข้าซ่อมหลังได้ใบเคลมขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทและเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี ควรถามเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ตอนรับใบเคลม และไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะความเสียหายบางอย่างอาจลุกลามจนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนมาจากอุบัติเหตุ

ใบเคลม ใบรับรถ และใบสั่งซ่อม ต่างกันอย่างไร?

ใบเคลมออกโดยบริษัทประกันภัย บันทึกเหตุการณ์และรายการความเสียหาย ใบรับรถออกโดยอู่หรือศูนย์บริการตอนรับรถเข้าซ่อม บันทึกสภาพรถและวันนัดรับรถ ส่วนใบสั่งซ่อมหรือใบเสนอราคาซ่อมคือรายการชิ้นส่วนและค่าแรงที่อู่ส่งให้บริษัทประกันพิจารณาตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรเก็บทั้งสามใบไว้จนรับรถคืนและตรวจงานเรียบร้อย

ใบเคลมหาย ต้องทำอย่างไร?

ติดต่อบริษัทประกันภัยที่ออกใบเคลม แจ้งเลขที่เคลม เลขที่กรมธรรม์ หรือทะเบียนรถ เพื่อสอบถามวิธีขอสำเนาหรือเอกสารทดแทน ขั้นตอนขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท เพื่อป้องกันปัญหานี้ ควรถ่ายรูปใบเคลมและจดเลขที่เคลมเก็บไว้ตั้งแต่วันที่ได้รับ

เซ็นใบเคลมไปแล้ว แต่พบความเสียหายเพิ่ม ทำอย่างไรได้บ้าง?

แจ้งบริษัทประกันภัยหรืออู่ที่รับซ่อมโดยเร็ว พร้อมเลขที่เคลมและภาพถ่ายจุดที่พบเพิ่ม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าความเสียหายนั้นเกี่ยวข้องกับเหตุครั้งเดียวกันหรือไม่ ผลการพิจารณาเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ทางที่ดีคือเดินดูรอบรถพร้อมเจ้าหน้าที่และให้บันทึกทุกจุดให้ครบก่อนเซ็นตั้งแต่แรก

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายตอนเทียบ

เทียบหลายบริษัท ผ่อนเงินสด 0% สูงสุด 10 เดือน ความคุ้มครองเริ่มหลังชำระงวดแรก

*เงื่อนไขผ่อน 0% เป็นไปตามที่บริษัทฯ / สถาบันการเงินกำหนด

เปรียบเทียบเบี้ยเลย